Simple Machines Forum

ผู้เขียน หัวข้อ: เรือประมงสงขลาปิดอ่าว รัฐ-เอกชนร่วมแก้ปมหวั่นกระทบลูกโช่  (อ่าน 305 ครั้ง)

mochimaro

  • Administrator
  • นักข่าวสมิหลาไทม์
  • *****
  • กระทู้: 62
    • ดูรายละเอียด




กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านนำเรือปิดปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อกดดันเรียกร้องเงินค่าชดเชยจากผู้ประกอบการขุดเจาะน้ำมันในทะเลอ่าวไทย ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าอย่างมาก จี้จังหวัดแก้ปัญหาด่วน หวั่นน้ำมันและก๊าซขาดแคลน       
         กรณีกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านนำเรือปิดปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าเป็นอย่างมาก ล่าสุดตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมากลุ่มชาวประมงทั้งหมดได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดตามที่ประกาศไว้ คือ นำเรือประมงกว่า 80 ลำ ปิดปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลาแล้ว ส่งผลให้การสัญจรทางน้ำของเรือทุกประเภทไม่สามารถเข้าออกได้
          เรือบรรทุกก๊าซ LPG 2 ลำ คือ เรือ VL3 และ เรือแพลตตินั่ม 1 นำเรือมาเข้าท่าเรือคลังปิโตรเลียม เพื่อจะมาส่ง ก๊าซ LPG ให้กับ ปตท.แต่ไม่สามารถนำเรือเข้ามาได้ เนื่องจากเรือประมงพื้นบ้านได้นำเรือเข้ามาปิดกั้นไม่ยอมให้เข้าไปจอดที่ท่าเรือ ทำให้เรือทั้งสองลำต้องถอยกลับไปจอดบริเวณชายฝั่งปากร่องน้ำ โดยไปจอดรวมกับเรือบรรทุกน้ำมัน ชื่อ ชุติภา 3 ของบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย เรือแวนดอง บรรทุกแร่แบร์ไรท์ของเวียดนาม รวม 4 ลำ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับชาวจังหวัดสงขลา เพราะหากเรือบรรทุกน้ำมันและเรือบรรทุกก๊าซจากหลายบริษัทไม่สามารถเข้าท่าเรือเพื่อมาส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซได้จะทำให้น้ำมันและก๊าซ LPG ขาดแคลนทันที
       ชาวสงขลาจะได้รับความเดือดร้อนและสร้างความเสียหายให้กับจังหวัดสงขลา หากทางจังหวัดสงขลาไม่ดำเนินการใดๆให้มันเด็ดขาดลงไป โดยกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านชุมนุมประท้วงได้ แต่จะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้กับประชาชนส่วนรวม หากชาวประมงพื้นบ้านกลุ่มของนายเจริญ ทองมาเรียกร้องเงินชดเชยจากบริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปัญหาให้กับชาวประมงพื้นบ้านก็ควรที่จะไปปิดล้อมฐานขุดเจาะของบริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ใช่มาสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวสงขลาและจังหวัดสงขลา               
       จากการปิดท่าเทียบเรือน้ำลึกดังกล่าว จึงส่งผลให้เรือสินค้าไม่สามารถเดินทางเข้าเทียบท่าเรือ เพื่อขนถ่ายสินค้าได้ ทำให้เรือสินค้าจอดลอยลำอยู่บริเวณรอบนอกประมาณ 7 ลำ ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อลำไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อวัน ส่วนท่าเรือเองต้องสูญรายได้กว่า 1 ล้านบาทต่อวันเช่นกันส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผู้ประกอบการทั้งหมด ประเมินจากรายได้ที่สินค้าผ่านท่าเรือ 380 ล้านบาทต่อวัน
       นายวัฒนชัย เรืองเลิศปัญญากุล รองผู้อำนวยการท่าเทียบเรือน้ำลึกจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เรือขนส่งขนาดใหญ่นั้นไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ บางส่วนจอดลอยลำรอบริเวณรอบนอกมา 2 วันแล้ว บางลำก็ตัดสินใจตีกลับไปยังบริษัทแม่ที่สิงคโปร์ เพื่อเอาตู้คอนเทนเนอร์ลงแทน ผู้ประกอบการเองต้องประสานไปยังปลายทางเพราะของส่งไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก
       ทั้งนี้ หากเรือไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ภายใน 1 อาทิตย์ จะส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมหรือโรงงานผลิตอาหารกระป๋องขาดแคลนวัตถุดิบ อาจจะจะต้องปิดโรงงานและจะส่งผลกระทบต่อลูกจ้างรายวันอีกทอดหนึ่ง
       นายวัฒนชัย เรืองเลิศปัญญากุล เผยว่า โดยปกติแล้ว จะมีตู้คอนเทนเนอร์มาลงที่ท่าเทียบเรือประมาณ 200-300 ตู้ต่อวัน จนถึงขณะนี้มีสินค้าที่ตกค้างอยู่อีกหลาอย่าง อาทิ ผลิตภัณฑ์ยาง ยางพารา อาหารกระป๋อง น้ำมัน และแร่ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ท่าเรือได้ร่วมกับผู้ประกอบการส่งออก หอการค้าจังหวัดสงขลา และ สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ประชุมหารือในเบื้องต้นเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน และจะนำข้อสรุปที่ได้เสนอต่อทางจังหวัดสงขลา หรืออุตสาหกรรมระดับภูมิภาคต่อไป

บันทึกการเข้า