Simple Machines Forum

ผู้เขียน หัวข้อ: “อาศีส”ชาวสงขลา นั่งจุฬาราชมนตรีคนใหม่  (อ่าน 328 ครั้ง)

samilatimes

  • Administrator
  • นักข่าวสมิหลาไทม์
  • *****
  • กระทู้: 38
    • ดูรายละเอียด

นายอาศีส พิทักษ์คุมพล


เลือกตั้งจุฬาราชมนตรี คนที่ 18 แทนนายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ ที่ได้ถึงแก่อนิจกรรม นายอาศีส พิทักษ์คุมพล ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนทิ้งห่างจากลำดับที่ 2 ถึง 278 คะแนนเสียง คว้าเก้าอี้ผู้นำมุสลิมในประเทศไทยคนใหม่

การเลือกตั้งจุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ของประเทศไทยขึ้น เพื่อแทนที่ นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี คนที่ 17 ที่ได้เสียชีวิตลง และผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นจุฬาราชมนตรีคนที่ 18 คือ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา และ กรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ หรือ (กอส.)

เลือกจุฬาราชมนตรีคนที่ 18

              เมื่อวันที่ 16 พ.ค.53 ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ คลอง 9 หนองจอก การลงคะแนนเลือกจุฬาราชมนตรีคนใหม่ คนที่ 18 ของประเทศไทย แทนนายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ ที่ถึงแก่อนิจกรรม โดยคณะกรรมการอิสลามจังหวัด 39 จังหวัดทั่วประเทศ ทยอยมาลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ จำนวน 716 คน จากทั้งหมด 751 คน  ซึ่งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้เสนอชื่อผู้เข้ารับการสรรหาเป็นจุฬาราชมนตรี อย่างกว้างขวางถึง 9 คน ประกอบด้วย นายสมาน มาลีพันธ์ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล นายวินัย สะมะอูน นายอรุณ อีซอ นายอรุณ บุญชม นายอิมรอน มะลูลีม นายทวี นภากร นายทองคำ มะหะหมัด และนายอรุณ วันแอเลาะห์

              ตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 และกฎกระทรวง ระบุว่า หากมีผู้ได้รับการเสนอชื่อเกิน 3 คน จะต้องใช้วิธีสรรหา โดยการจับสลากเลือกตัวแทนจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จังหวัดละ 1 คนเป็นกรรมการสรรหา เพื่อสรรหาผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เหลือเพียง 3 คนโดยวิธีลงคะแนนลับ เมื่อได้ 3 ชื่อแล้ว ก็เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดลงคะแนน ซึ่ง 3 คนสุดท้าย ได้แก่ นายสมาน มาลีพันธ์ นายทวี นภากร และนายอาศิส พิทักษ์คุมพล

“อาศิส”คว้าตำแหน่งด้วยคะแนนขาดลอย

              ผลการลงคะแนนปรากฏว่า นายอาศิส พิทักษ์คุมพล ได้รับเลือกเป็นจุฬาราชมนตรีคนใหม่ โดยได้คะแนนสนับสนุนถึง 423 คะแนน ตามด้วย นายทวี 148 คะแนน และ นายสมาน 122 คะแนน และหลังจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นจุฬาราชมนตรีต่อไป
                นายอาศิส พิทักษ์คุมพล เป็นตัวแทนจากภาคใต้คนแรกที่ได้รับเลือกเป็นจุฬาราชมนตรี โดยเขาเป็นชาวตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา จบการศึกษาสายศาสนาจากสถาบันปอเนาะในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี ซึ่งที่ผ่านมาได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาภาคใต้มาหลายวาระ ส่งผลให้มีความสนิทแนบแน่นกับพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ นาทวี จะนะ เทพา และ สะบ้าย้อย  ซึ่งนายอาศิส ต้องเข้าไปรับผิดชอบในฐานะผู้นำศาสนาประจำจังหวัดและ การเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรง คือ การดำรงตำแหน่งสำคัญในกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ หรือ (กอส.) เป็นรองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นประธานชมรมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นยังเคยเป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาอีกด้วย
 
ทุกภาคส่วนยอมรบผลงาน ประสบการณ์
              นายอาศิส เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากทั้งแวดวงราชการและภาคประชาชน ทั้งยังดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มากมาย อาทิ ที่ปรึกษาสภาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ของศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เคยร่วมเป็นคณะกรรมการอิสระไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์วันที่ 28 เม.ย.2547 (เหตุการณ์กรือเซะ) และเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2547 หรือเหตุการณ์ตากใบ
               ผลงานล่าสุดที่โดดเด่นอย่างยิ่งก็คือ โครงการก่อสร้างมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา งบประมาณกว่า 143 ล้านบาท ซึ่ง นายอาศีส เป็นแกนกลางคนสำคัญที่ทำให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจกันทั้งภาครัฐ ฝ่ายการเมือง ภาคเอกชน และประชาชน กระทั่งโครงการประสบความสำเร็จ

อิหม่ามแนะสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ พบปะผู้นำทั่วภูมิภาค
   นายยะโก๊ป หร่ายมณี อิหม่ามประจำมัสยิดกลาง จ.ปัตตานี กล่าวถึงจุฬาราชมนตรีคนใหม่ว่า มีความเหมาะสมแน่นอนเพราะเป็นคนมีประสบการณ์ มีความรู้และเป็นคนใต้ ตนประทับใจหลังจากที่ท่านได้รับตำแหน่ง ท่านบอกว่า ต่อไปนี้ทุกๆ คนต้องช่วยเหลือกันและรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ส่วนแนวทางของจุฬาราชมนตรีสิ่งแรก ควรต้องออกไปพบปะผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนและพี่น้องประชาชนทั่วทุกภูมิภาคไม่จำเป็นต้องภาคใต้ อย่างน้อยเพื่อสัมผัสความใกล้ชิดกันให้มากขึ้นในการดำเนินกิจกรรมทางด้านศาสนา
       ในส่วนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ตนเชื่อว่าท่านจุฬาราชมนตรีก็เป็นคนใต้อยู่แล้ว สิ่งที่หวังคือ ท่านจะต้องมาพบปะผู้นำศาสนา ผู้นำองค์กร หรือผู้นำชุมนุม มาคุยกันเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาหลักธรรมคำสั่งสอนของศาสนา ตนเชื่อว่าหลักทางศาสนาหากทุกคนมีศาสนาอยู่ในใจ โอกาสที่จะทำความชั่วมันก็ลดน้อย และเบาบางลงต่อไปก็จะไม่มีเหตุเกิดขึ้น ดังนั้นควรเอาศาสนานำหน้าไม่ต้องเอาอย่างอื่นนำหน้า

คาดหวังแก้ปัญหาด้านศาสนาอิสลาม
   นายนิมุ มะกาเจ ประธานสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดยะลา/อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา กล่าวว่า มีความปลื้มใจ และมั่นใจในความสามารถของท่านฮัจยีอาศิส ซึ่งมีภูมิรู้ และประสบการณ์สูงในเรื่องของการเป็นประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัด อีกทั้งยังมีส่วนร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ในอดีตหลายสิบปี ในการป้องกันแก้ไขปัญหาในด้านศาสนาอิสลามในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงปัญหาอิสลามในพื้นที่ 3 จชต.อีกด้วย
          สิ่งที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้คาดหวัง ก็คือ ท่านจุฬาราชมนตรีควรที่จะมีการตั้งสาขา หรือ ส่วนหน้าของการปฏิบัติหน้าที่ ที่จังหวัดปัตตานี ยะลา หรือจังหวัดใกล้เคียง เพื่อที่จะได้มีโอกาสสานสัมพันธ์ กับผู้รู้ในภูมิปัญญาอื่นๆในพื้นที่ โดยการสรรหาอูลามอ (บรรดาผู้รู้) จากภูมิภาคต่างๆ จากพื้นที่ต่างๆ จากผู้ทรงคุณวุฒิรอบรู้ด้านต่างๆ มาร่วมกันเป็นคณะทำงาน ซึ่งจะช่วยให้การทำงานเกิดความโปร่งใส จากความคับข้องใจในประเด็นปัญหาในด้านต่างๆ ได้
      จากความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และความรับผิดชอบในห้วงที่ผ่านมาของนายอาศีส  พิทักษ์คุมพล  เชื่อแน่ว่าจะเป็นหลักประกันในการนำพาความสุข สงบ และสันติสู่พี่น้องชาวไทยมุสลิมสืบไป

       








บันทึกการเข้า