“ถาวร เสนเนียม” รุดภาค 9 เร่งรัดคดีเว็บพนันอดีต สส.สงขลา รอง ผบช.ภ.9 รับเรื่อง ลั่น! เสร็จทันก่อนเลือกตั้ง สส.
“ถาวร เสนเนียม” รุดภาค 9 เร่งรัดคดีเว็บพนันอดีต สส.สงขลา รอง ผบช.ภ.9 รับเรื่อง ลั่น! เสร็จทันก่อนเลือกตั้ง สส.
วันนี้ (12 มกราคม 2569) ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 9 นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อยื่นหนังสือติดตามและเร่งรัดความคืบหน้าคดีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต 4 สงขลา ซึ่งถูกกล่าวหาพัวพันเครือข่ายการพนันออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยระบุว่าคดีดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2565 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อยุติ ใช้เวลานานถึง 3–4 ปี สะท้อนปัญหาความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจน
นายถาวร กล่าวว่า แม้อัยการสูงสุดจะมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2567 ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม 8 ประเด็น เนื่องจากพบพิรุธหลายประการในสำนวนเดิม แต่เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปี การสอบสวนก็ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อน พร้อมย้ำว่า “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม” และตั้งข้อสังเกตว่า อิทธิพลทางการเมืองหรือทุนสีเทา อาจมีส่วนทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐไม่เป็นไปตามปกติ
ในหนังสือที่ยื่นต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยังระบุถึงคำสั่งของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งได้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์ จำนวน 69 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 159 ล้านบาท ในความผิดมูลฐานฟอกเงินและการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ สะท้อนว่าคดีได้ขยายตัวเป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้
นายถาวร ยังชี้ว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวนในพื้นที่มีพิรุธถึงขั้นที่จเรตำรวจแห่งชาติต้องเข้ามาตรวจสอบ และมีบันทึกลงวันที่ 3 มีนาคม 2567 ระบุว่าพนักงานสอบสวนบางรายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมเตือนว่า หากปล่อยให้ผู้ถูกกล่าวหาลงสมัครรับเลือกตั้งและได้รับเลือกตั้ง แต่ภายหลังคดีถึงที่สุดจนต้องพ้นจากตำแหน่ง จะทำให้รัฐต้องเสียงบประมาณจัดการเลือกตั้งซ่อมโดยไม่จำเป็น ถือเป็นความเสียหายต่อประเทศชาติ
เมื่อถูกตั้งคำถามถึงแรงจูงใจทางการเมือง เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องทางเครือญาติกับผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ในเขตเดียวกัน นายถาวรยืนยันว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำในฐานะนักกฎหมายและอดีตประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมฯ ที่ต้องการเห็นคดีเดินหน้าอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยระบุว่า หากอัยการสั่งไม่ฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหาก็จะพ้นมลทินทันที แต่หากสั่งฟ้อง ก็สามารถไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลได้
ด้าน พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า หลังจากได้รับคำสั่งและประเด็นสอบสวนเพิ่มเติมจากอัยการสูงสุด ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการและระเบียบอย่างเคร่งครัดทันที พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาการสอบสวนที่ชัดเจน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและไม่เกิดความล่าช้าโดยไม่จำเป็น
พล.ต.ต.นรินทร์ ระบุว่า ประเด็นใดที่ไม่มีความซับซ้อนหรือมีพยานหลักฐานชัดเจน ก็ไม่ควรปล่อยให้กระบวนการยืดเยื้อ พร้อมย้ำว่าคดีนี้เป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจและส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน โดยตนจะเข้าไปกำกับดูแลการทำงานของพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คดีเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยืนยันอีกว่า จะรายงานความคืบหน้าและแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ร้องได้รับทราบตามหน้าที่ พร้อมแสดงความมั่นใจว่าการสอบสวนเพิ่มเติมในคดีนี้จะแล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด และจะเสร็จสิ้นทันก่อนวันเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ อย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้คดีค้างคาและไม่กระทบต่อภาพรวมของกระบวนการยุติธรรมและบรรยากาศทางการเมืองในพื้นที่



Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=104381







-