“สุรินทร์ ปาลาเร่” ผู้ปิดทองหลังพระปลดล็อคนกกรงหัวจุก คืนอาชีพประชาชนหล่อเลี้ยงนับหมื่นครัวเรือน
“สุรินทร์ ปาลาเร่” ผู้ปิดทองหลังพระปลดล็อคนกกรงหัวจุก คืนอาชีพประชาชนหล่อเลี้ยงนับหมื่นครัวเรือน
การปลดล็อกการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ นกกรงหัวจุก นับเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำคัญของการทำงาน “ปิดทองหลังพระ” ที่ส่งผลโดยตรงต่อปากท้องของประชาชนจำนวนมาก หลังจากอาชีพดังกล่าวถูกปิดตายมานานจากข้อจำกัดทางกฎหมาย เปรียบเสมือนประตูหินที่ถูกล็อกด้วยกุญแจหลายชั้น ไม่เพียงปิดอาชีพ แต่ยังตัดโอกาสในการดำรงชีวิตของผู้คนในวงกว้าง
เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของบุคคลหลายฝ่ายที่ยอมวางตำแหน่ง วางชื่อเสียง และทำงานอย่างเงียบ ๆ เพื่อเป้าหมายเดียว คือ การทลายกำแพงและคืนอาชีพให้ประชาชน
หนึ่งในบุคคลสำคัญคือ ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ผู้มากด้วยประสบการณ์และองค์ความรู้ ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นผู้ “รู้ว่ากุญแจดอกใดใช้เปิดประตูบานนี้ได้” ความรู้และความเข้าใจเชิงลึกของท่าน ถือเป็นหัวใจหลักของกระบวนการปลดล็อกครั้งนี้
ขณะเดียวกัน ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ ผู้ยืนหยัดเดินหน้าแม้ต้องเผชิญกระแสคัดค้าน ไม่เคยละทิ้งความฝันและความหวังของพี่น้องผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงนกกรงหัวจุก
ส่วน ท่านปรีชา สุขเกษม ถูกมองว่าเป็น “กุญแจดอกแรก” ที่สามารถไขประตูบานสำคัญ นำไปสู่การคืนอาชีพให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยผสานการทำงานเชิงนโยบายเข้ากับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ
แม้บางเสียงอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริง การปลดล็อกนกกรงหัวจุกครั้งนี้ ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างกว้างขวาง สามารถหล่อเลี้ยงปากท้องประชาชน นับหมื่นครัวเรือนทั่วประเทศ และฟื้นความหวังให้กับอาชีพที่เคยถูกมองว่ามืดมน
ความสำเร็จดังกล่าว จะไม่เกิดขึ้นได้หากปราศจากพลังของชาวนกกรงหัวจุกทั่วประเทศ รวมถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ร่วมกันทลายกำแพงแห่งข้อจำกัด เพื่อส่งคืนอาชีพและศักดิ์ศรีให้กลับมาอยู่ในมือของประชาชนอีกครั้ง
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการทำงานที่อาจไม่หวือหวา แต่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เป็นการ “ยืนอยู่หลังพระ” เพื่อให้ผู้คนทั้งบ้านเมืองสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง



#สุรินทร์ปาลาเร่
#ปลดล็อคนกกรงหัวจุก
#สสเขต8
Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=104269







-