แบงก์ชาติ ภาคใต้ จัดงานสัมมนาประจำปี 2569 ชี้ทางรอดธุรกิจใต้ ท่ามกลางความผันผวนของโลก

แบงก์ชาติ ภาคใต้ จัดงานสัมมนาประจำปี 2569 ชี้ทางรอดธุรกิจใต้ ท่ามกลางความผันผวนของโลก
[13 กรกฎาคม 2569] ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ หรือแบงก์ชาติภาคใต้ จัดงานสัมมนาประจำปี 2569 ในหัวข้อ “ธุรกิจใต้ปรับอย่างไร ในโลกที่ไม่แน่นอน” ณ เดอะ ซิกเนเจอร์ คอนเวนชัน เซนเตอร์ จังหวัดสงขลา เพื่อติดอาวุธทางความคิดให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ก้าวข้ามความท้าทายและสร้างโอกาสในการเติบโตที่ยั่งยืน
คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวเปิดงาน เล่าถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า ปัจจุบันเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจแบบ K-Shape และผลกระทบจากค่าครองชีพ โดยเฉพาะต่อกลุ่มรายย่อย สำหรับภาคใต้ แม้มีแต้มต่อด้านทรัพยากรธรรมชาติ แต่เศรษฐกิจเชื่อมโยงต่างประเทศสูง จึงพึ่งพาสิ่งที่เกิดขึ้นรอบโลก ในภาคเกษตรยังไม่ได้แปรรูปมูลค่าสูงมากนัก อีกทั้งเศรษฐกิจกระจุกตัวในไม่กี่จังหวัด จึงเกิดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งทำให้ต้องปรับตัว เช่นเดียวกับแบงก์ชาติที่ยื่นมือติดดินมากขึ้น ออกมาตรการเฉพาะจุดเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง อาทิ การจัดสรรทรัพยากรให้ SMEs เข้าถึงด้วย “SMEs Credit Boost” “SMEs Secure+” การแก้ปัญหาค่าเงินบาทด้วยการควบคุมการซื้อขายทองคำ การกำกับการเบิก–ถอนเงิน เพื่อแก้ปัญหาทุนเทา
สรุปประเด็นสำคัญจากงานสัมมนา:
– โลกอยู่ในจุดหักเห: ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ระบุว่า 4 ปัจจัยหลักที่โลกต้องเผชิญ คือ 1) de-globalization ความร่วมมือของโลกดูจะแตกสลายไป เราจะทำอย่างไรกับโลกที่เปลี่ยน 2) digital technology disruption ที่ AI มีความสำคัญมากขึ้น และทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป 3) de-carbonization เราจะลดคาร์บอนอย่างไร(mitigation) และจะปรับตัวอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (adaptation) และ 4) demographic จำนวนประชากรที่ลดลงทำให้กำลังซื้อลดลง ทั้ง 4 เรื่องทำให้เราต้องปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สร้างกันชนไว้เป็นเกราะป้องกันรวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมและบริการ เพราะโลกจะไม่กลับมาเหมือนเดิม
– โอกาสของเศรษฐกิจใต้: คุณทัดลาภ เผ่าเหลืองทอง ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท. สำนักงานภาคใต้ เน้นย้ำว่า แม้เศรษฐกิจใต้จะเติบโต แต่ยังไปไม่ได้ไกล ด้วยข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และความท้าทายจาก 3 ความไม่แน่นอนสำคัญของโลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างไรก็ดี โอกาสยังคงมีอยู่เสมอ คำถามคือ ภาคใต้จะเข้าไปอยู่ตรงไหนในกระแสโลกใหม่ คำตอบอาจอยู่ที่การต่อยอดจุดแข็งเดิมของภาคใต้ ปรับตัวเพื่อคว้าโอกาสซึ่งมีตัวอย่างจริงให้เห็นแล้ว อาทิ การเปลี่ยนจาก “ห้องพัก” สู่ “Wellness Experience” จาก “ยางพารา” สู่ “นวัตกรรมสุขภาพ” หรือจาก “สวนปาล์มน้ำมัน” สู่“สินค้ามาตรฐานโลก”
– กลยุทธ์การปรับตัวของธุรกิจ: ในช่วงเสวนาพิเศษ ตัวแทนนักธุรกิจชั้นนำจากภาคการผลิต ท่องเที่ยว และ IT ได้แชร์มุมมองว่า ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในโลก ไม่ว่าจะมาจากเรื่องของสงคราม ประเด็นความยั่งยืน หรือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจต้องเปลี่ยน mindset เพราะโลกไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป และเราไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ “การหยุดอยู่กับที่คือความเสี่ยงที่สุด” โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการเปลี่ยน mindset เปิดใจเรียนรู้ และปรับตัว วางกลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจมีกันชนเพียงพอรองรับสิ่งใดก็ตามที่จะเกิดขึ้น เกาะไปกับกระแสของโลกเพื่อหาโอกาส อาทิ ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับกระแสการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (longevity) ตลอดจนนำเทคโนโลยีอย่าง AI มาเป็นเครื่องมือเพิ่มความได้เปรียบ โดยเริ่มได้ด้วยต้นทุนต่ำ และที่สำคัญต้องตอบให้ได้ว่าธุรกิจของเราสร้างคุณค่าให้ลูกค้าและสังคมอย่างไร
ทั้งนี้ แบงก์ชาติ ภาคใต้ ยืนยันความพร้อมในการเป็นสะพานเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภูมิภาคและส่วนกลาง เพื่อผลักดันนโยบายและการสนับสนุนทางการเงินให้เข้าถึงผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ








Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=110263







-