|

“รมต.สุชาติ” ลงสงขลา ติดตามความมั่นคงด้านน้ำ โครงการปรับปรุงต้นทุนพรุสาคูกว่า 5 เท่า ช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 1,000 คน

รมต.สุชาติลงสงขลา ติดตามความมั่นคงด้านน้ำ โครงการปรับปรุงต้นทุนพรุสาคูกว่า 5 เท่า ช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 1,000 คน

           วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) เวลา 08.30 . นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งน้ำผิวดินและน้ำบาดาล เพื่อให้ประชาชนมีน้ำเพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภคและประกอบอาชีพ พร้อมเพิ่มศักยภาพการรับมือทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม โดยเน้นการพัฒนาแหล่งน้ำควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อให้การลงทุนด้านน้ำเกิดประโยชน์กับประชาชนและพื้นที่อย่างรอบด้าน โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงฯ นายสมยศ พลายด้วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 3 นายกเทศมนตรีตำบลบ้านไร่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมติดตามการดำเนินงาน พร้อมทำกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา แจกกล้าไม้ และปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สะท้อนแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำที่เดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลธรรมชาติ                 โอกาสนี้ นายสุชาติ รมว.ทส. และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน คือโครงการปรับปรุงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพรุสาคู บ้านไร่ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน โดยโครงการเพิ่มความจุกักเก็บน้ำจาก 25,000 เป็น129,000 ลูกบาศก์เมตร หรือมากกว่า 5 เท่า และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจาก78 เป็น 170 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงที่ต้องการ และเร่งระบายน้ำได้ดีขึ้นในช่วงฝนตกหนัก ช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมขังในพื้นที่ การพัฒนาแหล่งน้ำแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 550 ไร่ รวม 476 ครัวเรือน สนับสนุนน้ำสำหรับสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ ซึ่งเป็นอาชีพสำคัญของประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกันยังดำเนินกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา แจกกล้าไม้ และปลูกต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน

           นายสุชาติ กล่าวว่า การพัฒนาแหล่งน้ำต้องตอบโจทย์ประชาชนและใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งน้ำกินน้ำใช้ น้ำเพื่อการประกอบอาชีพ และการรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติ จึงต้องวางแผนการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนครอบคลุมทั้งการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการรักษาระบบนิเวศ พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชน เพื่อร่วมกันดูแลแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง           

          จากการดำเนินการดังกล่าวแล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังได้ดำเนินการจัดหาน้ำสะอาดใกล้บ้าน ทส. ยัแหลเพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับประชาชนในยามฉุกเฉิน โดยโอกาสนี้นายสุชาติ รมว.ทส. พร้อมคณะ ได้เดินทางไปติดตาม โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน บ้านทุ่งฆ้อ หมู่ที่ 2 ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ซึ่งมีนางสาววรีวสยา สินธุเดชะ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นายจรินศักดิ์ สงสุวรรณ นายอำเภอนาหม่อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมให้ข้อมูล

            โครงการดังกล่าวช่วยให้ประชาชนมีน้ำสะอาดใกล้บ้านประกอบด้วยบ่อน้ำบาดาล ระบบประปาบาดาล และระบบกรองน้ำดื่มแบบรีเวิร์สออสโมซิส (RO) สามารถผลิตน้ำได้ 83,220 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ครอบคลุม 438 ครัวเรือน หรือ 1,259 คนนอกจากใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังเป็นแหล่งน้ำสำรองเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเฉพาะช่วงมหาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่เมื่อปลายปี 2568 ระบบน้ำบาดาลแห่งนี้มีส่วนช่วยสนับสนุนน้ำสะอาดให้แก่โรงพยาบาล ศูนย์ฟอกไต และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

           นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการทำให้ประชาชนมีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี พร้อมกำชับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งรัดโครงการที่ได้รับงบประมาณแล้วให้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งรวบรวมปัญหาและความต้องการของชุมชนที่ยังขาดแคลนน้ำ เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณและแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่

           พร้อมขอให้ท้องถิ่นและประชาชนร่วมกันดูแลระบบประปา บ่อน้ำบาดาล และอุปกรณ์ต่าง ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ รวมทั้งช่วยกันบริหารจัดสรรน้ำให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอ และมีน้ำสำรองเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

           สำหรับจังหวัดสงขลา ในปีงบประมาณ .. 2568–2569 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับจัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการด้านน้ำบาดาลรวม 58 แห่งครอบคลุมทั้งการจัดหาน้ำเพื่อชุมชน การแก้ไขปัญหาพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือน้ำเค็มและการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

            การลงพื้นที่จังหวัดสงขลาครั้งนี้จึงสะท้อนแนวทางการบริหารจัดการน้ำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มองเรื่องน้ำอย่างครบวงจร ตั้งแต่ เพิ่มน้ำต้นทุนให้เพียงพอ จัดการน้ำให้รับมือทั้งแล้งและท่วม จัดหาน้ำสะอาดให้ประชาชนมีแหล่งน้ำสำรองยามเกิดวิกฤต ไปจนถึงดูแลระบบนิเวศและพื้นที่โดยรอบ พร้อมส่งเสริมให้แหล่งน้ำสามารถใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่พักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทรัพยากรน้ำสร้างประโยชน์ทั้งต่อชีวิต ความเป็นอยู่ อาชีพเศรษฐกิจชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=111296

แสดงความคิดเห็น

Share It

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวมาใหม่

Find Us