ชาวบ้านโวย “คลองสทิงหม้อ” อ.สิงหนคร น้ำเสียปลาตายเกลื่อน เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด่วน

ชาวบ้านโวย “คลองสทิงหม้อ” อ.สิงหนคร น้ำเสียปลาตายเกลื่อน เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด่วน
“คลองสทิงหม้อ” ถือเป็นลำคลองที่เชื่อมกับทะเลสาบสงขลาชาวบ้านมีการอนุรักษ์จนฟื้นความสมบูรณ์ วันนี้มวลน้ำที่เน่าเสียทั้งมีสีดำคล้ำกลิ่นเหม็นทำปลาที่อนุรักษ์เอาไว้ตายเกลี้ยง
เมื่อวันที่ 9 กันยายนน้ำในคลองสะทิงหม้อในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลามีสีดำคล้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น ทั้งยังมีปลาขนาดเล็กและขนาดกลางหลากหลายชนิดลอยตายเกลื่อน โดยคลองคลองสะทิงหม้อ บริเวณนี้นั้นเคยมีน้ำที่ใสและมีปลากระบอกนับแสนตัว แหวกว่ายเล่นน้ำ สะท้อนถึงความสมบูรณ์ซึ่งเป็นผลพวงจากการอนุรักษ์ของชาวบ้านในพื้นที่
นายวีรพงศ์ สะโมทาน เครือข่ายอนุรักษ์คลองสะทิงหม้อบ้านหนองโด บอกว่า มวลน้ำเน่าเสียเหล่านี้ไหลมาจากพื้นที่ทางตอนบนของคลองในตำบลทำนบ ซึ่งตลอดเส้นทางที่มวลน้ำก้อนนี้ไหลผ่านมาก็จะทำให้ปลาในแต่ละจุดตาย น้ำเปลี่ยนสีจนมาถึงท้ายน้ำโดยเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานประมาณ 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้ลงพื้นที่แต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าในจุดที่มีคลองเชื่อมต่อกับท่อน้ำทิ้งของโรงงานอุตสาหกรรมมักจะประสบปัญหาเช่นนี้โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกก็ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดทำหน้าที่ของตัวเองลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับลำคลอง สัตว์น้ำ และวิถีชีวิตพื้นถิ่นของชุมชนที่อยู่ร่วมกับลำคลอง ทั้งนี้คลองสะทิงหม้อถือเป็นลำคลองสายสำคัญที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลามีระยะทางยาวประมาณ 10 กิโลเมตรผ่านในพื้นที่อย่างน้อย 2 ตำบลวันนี้น้ำเน่าเสียเกือบทั้งหมดและยังคงต้องรอวันให้คืนฟื้นคืนสภาพกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักทะเลไทยกล่าวว่า ตามดูปัญหาปลาตายในคลองสะทิงหม้อมาหลายวัน ปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ในขณะที่หน่วยงานราชการเองก็เชื่องช้าในการแก้ปัญหา การแก้ปัญหาก็แยกส่วน(กรมการปกครอง/กรมควบคุมมลพิษ/กระทรวงอุตสาหกรรมฯลฯ) คำเล่าลือที่ตามมาก็คือเมื่อปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข เกิดขึ้นซ้ำซากก็ลือกันว่าเพราะเจ้าของโรงงานเส้นใหญ่ มีอิทธิพล ติดสินบนหน่วยงานราชการ ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข หน่วยงานราชการก็ไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนมากขึ้นทุกวัน
ในยุคปัจจุบันนี้ไม่สามารถขวางกั้นสื่อสังคมออนไลน์ไปได้ เพราะประชาชนมีเครื่องมือในการสื่อสารอยู่ในมือ ทางออกสำหรับเรื่องนี้คิดว่า เจ้าของโรงงานในบริเวณที่ชุมชนเข้าใจว่าโรงงานของท่านเป็นผู้ก่อ ก็ต้องแสดงความจริงใจเปิดให้ประชาชนได้เข้าไปตรวจสอบ(โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงาน/ระบบฝังท่อ/ท่อน้ำทิ้งที่ลงสู่คลองสาธารณะ)รวมถึงตอบทุกคำถามที่ชุมชนสงสัย ,หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมา/โปร่งใส/ตรวจสอบได้ หรือนำเอาสถาบันการศึกษา/สื่อมวลชนเข้าร่วมในขบวนการตรวจสอบ รวมถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นบอกกับประชาชนตรงๆ
และถ้าพบสาเหตุว่าโรงงานคือสาเหตุ/คือต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ทางโรงงานก็ควรจะยอมรับและหาทางแก้ไข เพราะในความเป็นจริงโรงงานก็มีคุณูปการกับชุมชนในแง่ของเป็นแหล่งรายได้/เป็นสถานที่ทำงานของผู้คนไม่น้อย แต่โรงงานก็ไม่สามารถรองรับอาชีพของผู้คนในชุมชนได้ทั้งหมด คนจำนวนมากยังอาศัยฐานทรัพยากรของชุมชนในการประกอบอาชีพ/เลี้ยงชีพของเขา ผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมมีหลายลักษณะ การที่ไม่มุ่งกำไรมากจนลืมปกป้องผลกระทบที่เกิดขึ้นย่อมไม่ใช่ทิศทางของอุตสาหกรรมที่จะอยู่ร่วมกันกับชุมชน




Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=111482






-