|

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว – สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทาน ‘ห้องตรวจหาเชื้อ’ โดยเอสซีจี แก่ ‘รพ.ม.อ.’ เป็นแห่งที่ 20

C70C43DA-5314-439B-A77C-3D3399EEB93C

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ” พัฒนาโดยเอสซีจี ให้แก่ “โรงพยาบาลสงขลานครินทร์” เป็นแห่งที่ 20 ช่วยปกป้องทีมแพทย์ให้ปลอดภัย เสริมความมั่นใจประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้

วันนี้ (12 มิถุนายน 2563) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit)” ซึ่งเป็นหนึ่งใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” เพื่อรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้างให้โรงพยาบาลต่างๆ 20 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมความพร้อมหากมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซ้ำในอนาคต โดยในครั้งนี้ ได้พระราชทานห้องตรวจหาเชื้อให้แก่ “โรงพยาบาลสงขลานครินทร์” เป็นแห่งที่ 20 ซึ่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ มีหน้าที่ในการรับส่งต่อผู้ป่วยโรคยากและซับซ้อนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ ตลอดจนทหาร ตำรวจและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

C7568E4B-76FE-4295-BAF2-618A36F3EBA1

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ขึ้นจนถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้คัดกรองและตรวจรักษาผู้ป่วยจำนวน 1,230 คน โดยมีผู้ป่วยที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ (ARI Clinic) เข้ารับการรักษาเฉลี่ยวันละ 34 คน การได้รับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งประชาชนที่มาตรวจรักษาได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการแยกพื้นที่ระหว่างทีมแพทย์และคนไข้ออกจากกัน และใช้ระบบควบคุมแรงดันและคุณภาพอากาศที่เหมาะสม พร้อมมีระบบฆ่าเชื้อ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ทั้งยังช่วยให้การเก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยใช้เวลาในการติดตั้งเพียง 3 วัน เพื่อให้เชื่อมต่อและขยายศักยภาพกับศูนย์คัดกรองผู้ป่วยเดิมของโรงพยาบาล พร้อมให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนได้ในทันที ยังความปลื้มปีติแก่บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมี นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์คณบดีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมด้วย รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนายวิระชัย คูนำวัฒนา Head of Living Solution Business ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเอสซีจี ร่วมพิธีรับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา

5C238F4C-40BD-4B63-AEDF-652A20C039AF

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทุกคน ต่างรู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์อย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ได้รับพระราชทาน ”ห้องตรวจหาเชื้อ” ในครั้งนี้นับเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลกับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ในการนำไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในจังหวัดสงขลา รวมถึงประชาชนในอีก 13 จังหวัดภาคใต้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งในวันนี้และในอนาคต อีกทั้งยังเป็นเป็นเครื่องมือป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานเป็นแนวหน้า เพื่อให้มีความปลอดภัยในการทำงานต่อไป

7ACFCEDE-0522-4F25-B73C-E751300399A6

รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระเมตตาต่อบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์อย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์และ “ห้องตรวจหาเชื้อ” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน เพื่อรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้ดำเนินการก่อสร้างให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ รวม 20 แห่ง ทั่วประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และประชาชนทุกคน รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยจะนำนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และประยุกต์ใช้ในการตรวจหาเชื้อโรคติดต่อทางอากาศของผู้ป่วยที่ถูกคัดแยกไว้บริเวณศูนย์คัดกรองของโรงพยาบาล ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่กระจายเชื้อโรคทางอากาศ เช่น โรคโควิด-19 โรคเมอร์ส (MERS-CoV) หรือวัณโรคนำเชื้อโรคไปแพร่เชื้อให้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยอื่นๆ ในโรงพยาบาลต่อไป

576D392C-9431-4068-86EB-1458D710023A

ด้าน รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เป็นโรงพยาบาลลำดับที่ 20 ที่ได้รับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลฯ ต่างรู้สึกปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อันเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจต่อบุคลากรทางการแพทย์ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการ การตรวจหาเชื้อจากผู้ป่วยเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้น ถ้าโรงพยาบาลฯ มีห้องตรวจหาเชื้อก็จะช่วยลดอัตราเสี่ยงจากการติดเชื้อและให้ความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี ทำให้การรักษาพยาบาลประชาชนชาวไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรงพยาบาลฯ ได้ติดตั้งห้องตรวจหาเชื้อบริเวณศูนย์คัดกรองโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งจะช่วยทำให้การตรวจคัดกรองผู้ป่วยและการตรวจหาเชื้อดำเนินไปอย่างราบรื่น อีกทั้ง โรงพยาบาลฯ จะต่อยอดการใช้งานห้องตรวจหาเชื้อโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจและโรคอุบัติใหม่ เพื่อให้สอดรับกับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

7BD13634-DFF5-4F15-9E27-656B25AE843A

ขณะที่ นายวิระชัย คูนำวัฒนา Head of Living Solution Business ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้มีส่วนร่วมในการผลิตนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) ให้แก่โรงพยาบาลทั้ง 20 แห่ง เพื่อช่วยปกป้องแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ขณะปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการตอบแทนความเสียสละและอุทิศตนของท่านทั้งหลายที่ได้ช่วยกันดูแลรักษาผู้ป่วย และยังช่วยปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ โดยห้องตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เป็นแห่งที่ 20 ซึ่งห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution ซึ่งได้ออกแบบให้มีระบบที่จะช่วยควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด ปลอดภัย มีระบบการป้องกันอากาศรั่วไหล ที่ทำให้ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศเข้า–ออกตัวอาคาร ทำให้ภายในอาคารสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้มากขึ้น สำหรับห้องตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้ติดตั้งในบริเวณที่เชื่อมต่อกับจุดคัดกรองผู้ป่วยเดิมของโรงพยาบาลฯ เพื่อให้ขั้นตอนการตรวจคัดกรองผู้ป่วยและการตรวจหาเชื้อดำเนินไปอย่างราบรื่น ด้วยความร่วมมืออย่างดียิ่งของทางโรงพยาบาล ประกอบกับประสบการณ์และความชำนาญของทีมติดตั้ง จึงทำให้การดำเนินการต่างๆ สำเร็จลงภายในเวลา 3 วัน พร้อมที่จะให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนได้ในทันที เอสซีจี หวังว่านวัตกรรมนี้จะช่วยเสริมความมั่นใจให้บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนปลอดภัยจากการติดเชื้อ และเป็นประโยชน์ต่อโรงพยาบาลฯ

806717B1-498F-4296-9606-7DD78135F2F7

นวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) นี้ พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution ภายในห้องตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ได้ออกแบบให้มีระบบ Smart Indoor Air Quality (IAQ Smart) ที่ช่วยควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด ปลอดภัย และระบบการป้องกันอากาศรั่วไหล (Air Tightness) ที่ทำให้ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศเข้า–ออกตัวอาคาร ทำให้ในตัวอาคารสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี โดยทีมแพทย์จะอยู่ในห้องความดันบวก ที่ไม่มีอากาศเสียจากภายนอกเข้าไป อากาศภายในจึงบริสุทธิ์ปลอดภัย ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจะอยู่ในห้องความดันลบ และมีระบบดูดอากาศเสียออกไปกำจัดอย่างต่อเนื่อง จึงป้องกันไม่ให้มีอากาศฟุ้งกระจายออกไปภายนอก เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ทีมแพทย์ ซึ่งการเก็บตัวอย่าง (Swab) จะทำผ่านแผ่นอะคริลิกที่เจาะเป็นช่อง โดยแพทย์สามารถสอดมือผ่านช่องที่มีถุงมือคลุมด้วยพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อเก็บตัวอย่าง จึงลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากผู้ที่เข้ารับการตรวจ พร้อมใช้แสงยูวีเข้มข้นสูง  ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ (UV Germicide) หลังจากการใช้งานในห้องทุกครั้ง ทั้งนี้ โครงสร้างกว่าร้อยละ 80 ประกอบขึ้นรูปภายในโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพและความสะอาดตลอดกระบวนการผลิต และยังสามารถติดตั้งได้รวดเร็ว

BAB3158A-1E72-4E1D-B878-7DDACBDCD457

ทั้งนี้ โรงพยาบาล 20 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับพระราชทานนวัตกรรม “ห้องตรวจหาเชื้อ” พัฒนาโดย “เอสซีจี” ได้แก่  1. รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ 2. รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว 3. รพ.กลาง 4. สถาบันโรคทรวงอก 5. สถาบันบำราศนราดูร 6. รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก 7. รพ.ตำรวจ 8. รพ.ราชบุรี 9. รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา 10. รพ.นครปฐม 11. รพ.อุตรดิตถ์ 12. รพ.สวรรค์ประชารักษ์ 13. รพ.นครพิงค์ 14. รพ.พหลพลพยุหเสนา 15. รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ 16. รพ.อุดรธานี 17. รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 18. รพ.สุราษฎร์ธานี 19. รพ.หาดใหญ่ และ 20. รพ.สงขลานครินทร์

0871DD68-D500-427E-8D5B-7055E0708534529CA78E-7842-44DA-8EC0-350A467533566FC62CB7-33EB-44E1-8324-D73CBA74615B2ACB253A-07A6-4A5E-A74E-B78852E0599D079C314C-7A2B-4FAA-95F3-C6EDCC2540F96F14A0BE-922A-462A-A2D0-CAE16132BB4B28BBB393-C9A9-4E00-85AB-FAD6C21122D5

Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=56483

แสดงความคิดเห็น

Share It

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวมาใหม่

Find Us