7 ฝ่าย ลงนาม MOU ส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนจังหวัดสงขลา
7 ฝ่าย ลงนาม MOU ส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนจังหวัดสงขลา
วันนี้ (16 มีนาคม 2569) ที่ห้องประชุม Sky Blue ชั้น LG อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานพิธีลงนาม MOU 7 ฝ่าย เรื่องความร่วมมือในการส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนจังหวัดสงขลา โดยมี นายประถม มุสิรักษ์ เกษตรจังหวัดสงขลา, ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี ม.อ.หาดใหญ่, ผศ.คำรณ พิทักษ์ ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ.หาดใหญ่,รศ.ดร.เบญจมาภรณ์ พิมพา หัวหน้าโครงการวิจัยฯ พร้อมทั้ง ตัวแทนจาก 4 หน่วยงาน เข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ 
รศ.ดร.เบญจมาภรณ์ พิมพา หัวหน้าโครงการวิจัยฯ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากคณะนวัตกรรมเกษตร ประมง และอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการวิจัย “การพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนแบบบูรณาการสู่กลุ่มเกษตรกรจังหวัดสงขลา” หลังได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เพื่อยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน พื้นที่จังหวัดสงขลาและใกล้เคียง
โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา รวม 7 หน่วยงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา / สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา /มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์/ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) /บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)/ บริษัท ปาล์มดีศรีนคร จำกัด และบริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 
ในพิธีดังกล่าวมีองค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (RSPO) และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อแสดงถึงความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เกษตรกร โรงงานสกัด โรงงานแปรรูป ไปจนถึงภาคการค้าและผู้ผลิตสินค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการในภาคอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประเด็นด้านความยั่งยืนได้รับความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาการบุกรุกป่า การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบต่อชุมชน
มาตรฐาน RSPO จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดโลก พร้อมผลักดันให้เกิดการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งคาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสงขลาและใกล้เคียง และสามารถขยายผลสู่ระดับประเทศในอนาคต













Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=106729







-