|

ภาคประชาชนกังขาสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลาส่งเอกสารพร้อมหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีการปรับพื้นที่ในเขตโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต

ภาคประชาชนกังขาสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลาส่งเอกสารพร้อมหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีการปรับพื้นที่ในเขตโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรติดป้อมเมืองสงขลาเก่าหมายเลข 9 แต่พนักงานสอบสวนสภสิงหนครกลับทำเพียงลงบันทึกประจำวันเอาไว้เท่านั้นเรียกร้องดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกันโดยผู้ก่อเหตุรายนี้เป็นคหบดีใหญ่ในจังหวัดสงขลา

           กรณีคหบดีใหญ่บุกรุกปรับพื้นที่โบราณสถานเมืองสงขลาเก่า บริเวณป้อมหมายเลข 9 ในอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา รายงานผลการตรวจสอบกรณีการก่อสร้างในเขตโบราณสถานเมืองสงขลาเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ พบว่าในพื้นที่เอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินของคหบดีชื่อดังมีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ได้มีการปรับดิน ถมดิน ขุดแนววางท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กยาวประมาณ 30 เมตรพร้อมด้วยก่อสร้างบ่อพักน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน 10 บ่อแล้วเสร็จ และก่อสร้างฐานสี่เหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง 3 เมตรยาว 6 เมตรและก่อสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กแล้วเสร็จซึ่งเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว ตั้งอยู่ในเขตโบราณสถานเมืองสงขลาเก่า ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร ตามที่กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถานเมืองสงขลาเก่าเนื้อที่ประมาณ 2,460 ไร่ การดำเนินการดังกล่าวไม่ปรากฏว่ายื่นคำขออนุญาตก่อสร้างในเขตพื้นที่โบราณสถานจึงเป็นการก่อสร้างโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพ.ศ 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติฉบับที่ 2 พ.ศ 2535 มาตรา 10 ต้องระวังโทษตามมาตรา 35 ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

           สำนักศิลปากร 11 สงขลาได้รวบรวมผลการตรวจสอบพร้อมภาพถ่ายนำส่งพนักงานสอบสวนสภ. สิงหนครทันทีเมื่อ 26 กุมภาพันธ์คือวันเดียวกันเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดี อย่างไรก็ตามพบว่าพนักงานสอบสวนสภ. สิงหนครได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกรณีเอกสารร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าวเมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมา                นายบรรจง นะแส เครือข่ายคัดค้านการบุกรุกโบราณสถานสงขลา กล่าวว่า ภาคประชาชนมีข้อกังวลว่าการดำเนินคดีจากไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันส่งผลกระทบต่อการบุกรุกโบราณสถานในระยะยาว การที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรแต่ได้ดำเนินการปรับพื้นที่ต่างๆไปแล้วถือว่ามีการกระทำผิดกฎหมายไปแล้ว สิ่งที่ภาคประชาชนอยากทราบคือเมื่อเกิดการปรับพื้นที่โดยไม่ได้ขออนุญาตอธิบดีกรมศิลปากร สภ.สิงหนคร ดำเนินการอย่างไร กรมศิลปากรได้ดำเนินการอย่างไร

         ในขณะเดียวกันทางผู้ดูแลการปรับพื้นที่ของเจ้าของโฉนดที่ดินได้ยื่นขออนุญาตมายังผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลาเมื่อ 28 มกราคมโดยระบุว่าต้องการปรับพื้นที่ถมดินลูกรังวางท่อทำรั้วและปลูกต้นไม้บริเวณหลังป้อมหมายเลข 9 หมู่ที่ 7 ตำบลหัวเขาอำเภอสิงหนครจังหวัดสงขลาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำที่พักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่ไม่ปรากฏว่ามีเอกสารอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรแต่อย่างใด ทั้งนี้คณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่โบราณสถานเมืองเก่าสงขลา มีกำหนดที่จะประชุมเพื่อพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้น ในวันที่ 22 มีนาคมนี้

          สำหรับปัญหาการบุกรุกโบราณสถานเมืองสงขลาเก่าในอำเภอสิงหนคร นั้นเมื่อปี 2565 มีคดีการบุกรุกโบราณสถาน 3 คดีซึ่งผู้ต้องหามีทั้งคหบดีรวมถึงครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล

Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=106619

แสดงความคิดเห็น

Share It

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวมาใหม่

Find Us