มทร.ศรีวิชัย โชว์พลัง “นวัตกรรมเพื่อชุมชน” ต้อนรับคณะผู้ทรงคุณวุฒิ บพท. ติดตามศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี ดันอาหาร-เกษตรภาคใต้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ตอกย้ำบทบาท “มหาวิทยาลัยแห่งการพัฒนา” เปิดเวทีต้อนรับคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน “ศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับชุมชนด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางอาหารและการเกษตร” พร้อมโชว์ศักยภาพงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในชุมชน สร้างรายได้ ลดต้นทุน และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมเฟืองทอง ชั้น 3 อาคารศรีวิศววิทยา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ได้มีการจัดกิจกรรมลงพื้นที่ภาคใต้ ภายใต้กรอบการวิจัย “การออกแบบและพัฒนากลไกการถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีสู่ชุมชน” โดยมีโครงการ “ศูนย์ถ่ายทอดและบริการเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับชุมชนด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางอาหารและการเกษตร” เป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบสำคัญของประเทศ ที่สะท้อนการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยลงสู่ชุมชนอย่างแท้จริง
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.พีรเดช ทองอำไพ ประธานคณะทำงานกำกับทิศทาง พิจารณา ติดตามและประเมินผล ประจำปีงบประมาณ 2569 พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิจาก บพท. และเครือข่ายนักวิจัยระดับประเทศ เข้าร่วมติดตามผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ เพื่อยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่การใช้งานจริงในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความเข้มข้นทางวิชาการควบคู่กับแนวคิดการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของประชาชน โดย รองศาสตราจารย์สุรสิทธิ์ ระวังวงศ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมสะท้อนบทบาทของคณะในการขับเคลื่อนงานวิจัยที่ตอบโจทย์พื้นที่ ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิรักษ์ สงรักษ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการใช้ “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนในภาคใต้ 
โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์วรพงค์ บุญช่วยแทน หัวหน้าโครงการวิจัย ได้นำเสนอผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนา Appropriate Technology หรือ “เทคโนโลยีที่เหมาะสม” สำหรับชุมชนด้านอาหารและการเกษตร โดยออกแบบเครื่องมือและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชน ทั้งด้านต้นทุน การใช้งานจริง และการบำรุงรักษา
ในช่วงที่ผ่านมา ศูนย์ฯ สามารถพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบที่พร้อมใช้งานจริงได้ถึง 5 รายการ ได้แก่ เครื่องผัดผสมอาหาร เครื่องลดความชื้นน้ำผึ้งด้วยระบบสุญญากาศ ตู้อบไล่น้ำมันระบบอินฟราเรด เครื่องสลัดน้ำมัน และเครื่องกลั่นสุราชุมชนแบบหอกลั่น 2 ชั้น ซึ่งล้วนถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำลังการผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังได้ลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และให้คำปรึกษาแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช และสตูล รวมกว่า 15 กลุ่ม ส่งผลให้หลายชุมชนสามารถพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างที่เห็นผลเป็นรูปธรรม คือ กลุ่มแปรรูปกล้วยฉาบที่สามารถลดต้นทุนด้านพลังงานและแรงงาน พร้อมเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อรอบได้มากขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งสามารถยกระดับคุณภาพน้ำผึ้งผ่านเทคโนโลยีลดความชื้น ทำให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานสูงขึ้น เพิ่มมูลค่าสินค้า และขยายตลาดได้กว้างขึ้นทั้งในและนอกพื้นที่
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของโครงการ คือ การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน หรือ Appropriate Learning Process (ALP) ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบ ทดลองใช้ ไปจนถึงการประเมินผลร่วมกับนักวิจัย ทำให้เกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และสามารถต่อยอดสู่การสร้าง “นวัตกรชุมชน” ที่มีศักยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคต ศูนย์ฯ เตรียมพัฒนาระบบ “Service Mobile Unit” หรือหน่วยบริการเคลื่อนที่ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการวิชาการไปยังชุมชนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมผลักดันศูนย์ฯ สู่การเป็น “Hub of Appropriate Technology (AppTec)” ของภาคใต้ ที่เชื่อมโยงงานวิจัย นวัตกรรม และการบริการวิชาการเข้าสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างครบวงจร
ภายหลังการบรรยายสรุป คณะผู้ทรงคุณวุฒิได้เยี่ยมชม Appropriate Showroom และโรงงานต้นแบบของศูนย์ฯ ซึ่งจัดแสดงเครื่องจักรต้นแบบ เทคโนโลยีแปรรูปอาหาร และระบบบริการด้านเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานจริงในระดับชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการเป็นกลไกสำคัญด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างแท้จริง
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการติดตามผลโครงการวิจัยเท่านั้น หากยังเป็นภาพสะท้อนของการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และพลังของชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการพัฒนาที่จับต้องได้ และวางรากฐานเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต





#มทรศรีวิชัย
#คณะวิศวกรรมศาสตร์
#บพท
#นวัตกรรมเพื่อชุมชน
#เศรษฐกิจฐานราก
#เทคโนโลยีเพื่อชุมชน
#วิจัยเพื่อสังคม
#AppropriateTechnology
Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=108221







-