เชฟรอน จัดกิจกรรมเยี่ยมชมเรือขนส่งลำใหม่ “Uniwise Commander” ยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีเรือไตรมารันครั้งแรกในไทย
เชฟรอน จัดกิจกรรมเยี่ยมชมเรือขนส่งลำใหม่ “Uniwise Commander” ยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีเรือไตรมารันครั้งแรกในไทย
บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จัดกิจกรรมเยี่ยมชมเรือขนส่งลำใหม่ “Uniwise Commander” ให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเพื่อแนะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเรือไตรมารันที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการขนส่งพนักงานไปยังฐานผลิตปิโตรเลียมของเชฟรอนในอ่าวไทยโดยนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการนำเทคโนโลยีเรือไตรมารันมาใช้ในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
การเยี่ยมชมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พลเรือตรี ชยากร พันธ์หล้า ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2พลเรือตรี วิทยา จงก้าวหน้า ผู้อำนวยการสำนักงานฝ่ายอำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา นายจักรพันธ์ กิ่งแก้ว พลังงานจังหวัดสงขลารวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยมีผู้บริหารจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้แก่ นายกิตติพงษ์ เชิญวัฒนชัย รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ และนางทรรศนีย์ หงษ์ไกรเลิศ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายบริหารซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ พร้อมด้วย นายจอน แอ๊กเซล ฮอร์กลัมCo-Head of Business บริษัท ยูนิไวส์ ออฟชอร์ จำกัด และนายภัทรวิน จงวิศาลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ณ ท่าเรือประทีปซีแลนด์ จังหวัดสงขลา
เรือ “Uniwise Commander” เป็นเรือไตรมารัน ความยาว 35 เมตร พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนเรือขนส่งแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยได้รับการออกแบบร่วมกันโดยเชฟรอน ยูนิไวส์ และมาร์ซัน ที่จะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางขึ้นถึง 30% มีความเสถียร และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 
นางทรรศนีย์ หงษ์ไกรเลิศ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายบริหารซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “เชฟรอนให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการดำเนินงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง
เรือ ‘Uniwise Commander’ ถือเป็นการนำนวัตกรรมการเดินเรือรูปแบบใหม่มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้รับการออกแบบและปรับปรุงร่วมกันให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในอ่าวไทย ความร่วมมือนี้สะท้อนการทำงานร่วมกันของพันธมิตรในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อยกระดับการขนส่งในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ลดการใช้พลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น”
เรือ “Uniwise Commander” นี้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดและได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย โดยมีกำหนดเริ่มปฏิบัติงานในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569เป็นต้นไป

เกี่ยวกับเรือ Uniwise Commander
เรือ “Uniwise Commander” เป็นเรือไตรมารัน (เรือที่มีท้องเรือ 3 ท้อง) มีความยาวตัวเรือขนาด 35 เมตร ที่นำมาใช้เพื่อการขนส่งพนักงานนอกชายฝั่งในอุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเรือลำนี้ได้รับการต่อสร้างโดย บริษัทมาร์ซัน จำกัด (มหาชน) และได้ส่งมอบให้กับบริษัท ยูนิไวส์ ออฟชอร์จำกัด เพื่อนำมาให้บริการขนส่งพนักงานของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด
เรือไตรมารันลำนี้ ได้รับการออกแบบโดย Wind Naval Architects และพัฒนาร่วมกันระหว่าง มาร์ซัน ยูนิไวส์ และเชฟรอน เพื่อรองรับการใช้งานในการขนส่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทางทะเลจากฝั่งไปยังฐานปฏิบัติงานกลางทะเลในอ่าวไทย โดยการใช้เรือที่มี 3 ท้องนี้ ช่วยให้เรือมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มีความเสถียรในการเดินเรือรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยที่มากขึ้น โดยมีคุณลักษณะเด่น ดังนี้
• ระบบไฮโดรฟอยล์ (Hydrofoil) ที่ช่วยลดแรงเสียดทาน เพิ่มประสิทธิภาพด้านความเร็วและเสถียรภาพในการเดินเรือ ทำให้เรือสามารถเดินทางด้วยความเร็วสูงโดยความเร็วขณะปฏิบัติการอยู่ระหว่าง 32 – 34 นอตขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ จึงช่วยลดระยะเวลาเดินทางลงโดยเฉลี่ยประมาณ 30% เมื่อเทียบกับการเดินทางด้วยเรือขนส่งพนักงานแบบเดิม
• ระบบขับเคลื่อนแบบวอเตอร์เจ็ต (Waterjet) เพิ่มความคล่องตัว และควบคุมทิศทางได้อย่างคล่องตัวทั้งในสภาวะปกติและสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
• ได้รับการออกแบบท้องเรือแบบกึ่งจมกึ่งลอย (Semi-Small Water Plane Area: Semi-SWATH) ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกจากคลื่น และเพิ่มความปลอดภัยในระหว่างการขนย้ายคนขึ้น–ลงแท่น มีเสถียรภาพสูง สามารถรองรับสภาพคลื่นลมแรงได้ถึง 2.5 เมตร
• ติดตั้งกล้องมองกลางคืน (Night Vision Camera) เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยโดยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินเรือในเวลากลางคืน
• การออกแบบภายในที่คำนึงถึงความสะดวกสบาย ด้วยที่นั่งลักษณะเดียวกับชั้นธุรกิจ และมุมมองรอบด้านถึง 270 องศา












Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=110423







-