“ชลประทาน” เดินหน้าขยายคลองหวะ แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ พร้อมเตรียมรับมือระบายน้ำช่วงปลายปีอย่างเร่งด่วน
“ชลประทาน” เดินหน้าขยายคลองหวะ แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ พร้อมเตรียมรับมือระบายน้ำช่วงปลายปีอย่างเร่งด่วน
กรมชลประทาน โดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 16 เดินหน้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ จังหวัดสงขลา หวังแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองคอหงส์ หลังพบข้อจำกัดด้านกายภาพของลำน้ำและศักยภาพการระบายน้ำไม่สอดคล้องกับปริมาณน้ำในช่วงฝนตกหนัก ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ยังเป็นห่วงวัชพืชและผักตบชวาที่หนาแน่นอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน
(11 กันยายน2569) ณ อาคารอเนกประสงค์ชุมชนคลองหวะ สำนักก่อสร้างชลประทานขนาดใหฐ่ที่16 พร้อมด้วยนายทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์และประชาชนได้มาร่วมรับฟังข้อมูลและแสดงความคิดเห็นและติดตามความคืบหน้าการขยายคลองหวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางระบายน้ำสำคัญของพื้นที่ มีความยาวประมาณ 26.55 กิโลเมตร ต้นน้ำอยู่ในพื้นที่อำเภอนาหม่อม ไหลผ่านตำบลคอหงส์อำเภอหาดใหญ่ ก่อนลงสู่คลองอู่ตะเภาบริเวณใกล้มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่รับน้ำประมาณ 118.45 ตารางกิโลเมตร
ข้อมูลของโครงการระบุว่า ปัจจุบันคลองหวะสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำนองสูงสุดรอบ 25 ปีอยู่ที่ประมาณ 361.79 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับบางช่วงของคลองมีสภาพคดเคี้ยว ตื้นเขิน และแคบ รวมถึงมีข้อจำกัดจากสะพาน ท่อลอด ถนน ที่อยู่อาศัย และสิ่งสาธารณูปโภค ส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลง
สำหรับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่
ช่วงที่ 1 ตั้งแต่ กม.0+000–1+200 ปรับปรุงคลองธรรมชาติเป็นคลองคอนกรีตเสริมเหล็กรูปตัวยู (U-Shape) กว้าง 30 เมตร ลึก 7 เมตร สามารถรองรับการระบายน้ำได้สูงสุดประมาณ 365.32 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกำหนดกรอบงบประมาณดำเนินการระหว่างปี 2568–2571 งบประมาณดำเนินโครงการ 479 ล้านบาท ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 33% กำหนดแล้วเสร็จ 1 มีนาคม 2571
ช่วงที่ 2 ตั้งแต่ กม.1+200–4+000 ปรับปรุงเป็นคลองดาดคอนกรีต กว้าง 16 เมตร ลึก 6 เมตร รองรับน้ำได้ประมาณ 321.41 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีแผนสำรวจ ออกแบบ และจัดหาที่ดิน
ช่วงที่ 3 ตั้งแต่ กม.4+000–8+300 ปรับปรุงเป็นคลองดินรูปสี่เหลี่ยมคางหมูกว้าง 15 เมตร ลึก 4 เมตร สามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 73.10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีแผนสำรวจ ออกแบบ และจัดหาที่ดินเช่นเดียวกัน
เมื่อโครงการดำเนินการแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ได้ประมาณ ร้อยละ 60 โดยเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ ลงสู่คลองอู่ตะเภาและคลองระบายน้ำสาย 1 (ร.1) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามประชาชนในพื้นที่มีความกังวลว่า หากเกิดฝนตกหนักก่อนการปรับปรุงคลองแล้วเสร็จ สภาพวัชพืชและตะกอนในคลองอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการขุดลอกและกำจัดวัชพืช เปิดทางน้ำให้สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการประสานกับกรมชลประทานเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวแล้ว และได้รับการตอบรับว่าจะเร่งดำเนินการขุดลอกและกำจัดวัชพืช เพื่อเปิดทางน้ำและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่



Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=111583






-