ตร.สั่งฟ้อง “ เถ้าแก่หลี – โอ๋ ” หลัง อบจ.สงขลา แจ้งความบุกรุกส่วนราชการวันนี้นำตัวส่งพนักงานอัยการ ด้านอดีตรอง ผวจ.รุดนำข้าวผัด -โอเลี้ยง มอบให้กำลังใจเชิงสัญลักษณ์

ตร.สั่งฟ้อง “ เถ้าแก่หลี – โอ๋ ” หลัง อบจ.สงขลา แจ้งความบุกรุกส่วนราชการวันนี้นำตัวส่งพนักงานอัยการ ด้านอดีตรอง ผวจ.รุดนำข้าวผัด -โอเลี้ยง มอบให้กำลังใจเชิงสัญลักษณ์
วันนี้ (18 ก.ย.2569) ที่สำนักงานอัยการจังหวัดสงขลานายเกรียงไกร คมขำ (โอ๋) และนายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ (เถ้าแก่หลี) เครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งโดน อบจ.สงขลาแจ้งความดำเนินคดีข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการกรณีเข้าไปตรวจสอบโครงการการจัดซื้อเรือเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ศูนย์เครื่องจักรกลอบจสงขลาซึ่งตั้งอยู่ในตำบลเขารูปช้างเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาโดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องคดี จึงได้นำตัวพร้อมสำนวนส่งพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาต่อไป โดยพนักงานอัยการได้นัดหมายที่จะฟังคำสั่งว่าฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 30 กันยายน นี้
นายเกรียงไกร คมขำ เครือข่ายภาคประชาชน 1 ในผู้ต้องหา กล่าวว่า เดินทางมาตามนัดของพนักงานสอบสวนซึ่งภาคประชาชนเองก็ไม่ได้อยากจะมีการให้ถูกมองว่าการดำเนินคดีกับภาคประชาชนนั้น ถือเป็นคดีพิเศษที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการ ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะทำให้ประชาชนและกระบวนการยุติธรรมเชื่อได้ว่าเรามีความบริสุทธิ์ใจที่จะเข้าไปตรวจสอบและเข้าไปโดยบริสุทธิ์ใจตามกฎหมาย มีผู้ยิ่งใหญ่หลายคนโทรหาหน่วยงานของรัฐเพื่อให้เร่งรัดรับคำร้องให้เสร็จเรียบร้อย
ผลจะเป็นอย่างไรเชื่อว่าในทุกหน่วยย่อมมีคนดีและคนไม่ดีและเชื่อว่าหน่วยงานใดที่มีผู้มีดุลยพินิจจะแยกได้ว่าอะไรดี ไม่ดีอย่างไร ยืนยันว่าทำทุกอย่างด้วยความนอบน้อมต่อกฎหมายและไม่อยากให้ความกลัวเป็นอุปสรรคต่อการออกมาทำหน้าที่พลเมือง เชื่อว่าทนายนักกฎหมายจะทำหน้าที่ได้ ยืนยันว่าเข้าไปในสถานที่ราชการเวลาราชการเป็นไปอย่างสุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย
ด้านนายสมโภช โชติชูช่วง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ซึ่งได้เดินทางมาให้กำลังใจนายเกรียงไกรและนายเฉลิมชัย พร้อมด้วยข้าวผัด 2 กล่องและโอเลี้ยงอีก 2 ถุง ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการมาเยี่ยมผู้ต้องหาโดยยืนยันถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ผู้มีอำนาจตามกระบวนการ และพนักงานสอบสวน ส่วนการมีผู้ยิ่งใหญ่เร่งรัดคดีนั้น เห็นว่าทางผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา ควรที่จะเร่งรัดคดีอื่นๆ เช่นเดียวกับที่เร่งรัดคดีของภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบตัดต้นสนในป่าสนอนุรักษ์รวมถึงดำเนินการจับกุมกวาดล้างบ่อนการพนันในพื้นที่ให้ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับการดำเนินคดีกับภาคประชาชน


Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=111745






-