ดีป้า เปิดเวที OTOD #3 ที่สงขลา พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรดิจิทัลภาคใต้ตอนล่าง ต่อยอดพืชเศรษฐกิจสู่มูลค่าใหม่ ดันเกษตรชุมชนสู่ Smart Agriculture

วันที่ 24 มิถุนายน 2569, สงขลา – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เดินหน้าขับเคลื่อน โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) สู่จังหวัดสงขลา ภายใต้กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคใต้ตอนล่าง เพื่อผลักดันให้ชุมชนเกษตรไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง พร้อมเป้าหมายดันเกษตรกรไทยสู่ Smart Agriculture และต่อยอดสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน หลังเดินหน้าสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลมาแล้ว 5 จังหวัดทั่วประเทศ

กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคใต้ตอนล่าง จังหวัดสงขลา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 25 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมนิวซีซันสแควร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นำโดย นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า และนายรพีพัฒน์ นำนาผล ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง ดีป้า พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรกร และกลุ่มชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า กล่าวว่า OTOD #3 มุ่งเน้นการแก้โจทย์จริงของภาคเกษตรไทย ทั้งต้นทุนแรงงาน เครื่องมือบริหารจัดการ และการเข้าถึงตลาด ผ่านการสนับสนุนให้เกษตรกรได้เข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น ทั้งโดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการแปลงอัตโนมัติ ผ่านการเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ร่วมออกแบบเทคโนโลยีที่ตรงตามความต้องการและเข้าสู่กระบวนการ Pitching Day ให้ชุมชนนำเสนอไอเดียเพื่อรับการสนับสนุนได้จริง ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาทั้งเชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา และนครศรีธรรมราช มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 830 ราย อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง สงขลาถือเป็นพื้นที่ที่มีความพิเศษในมุมมองของดีป้า ด้วยความหลากหลายของผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าเอกลักษณ์ (GI) ของพื้นที่ ที่โครงการ OTOD #3 จะสามารถเชื่อมโยงชุมชนให้เข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างมูลค่า และเชื่อมตลาดได้จริง ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด “ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล” พร้อมก้าวสู่การเป็นต้นแบบที่ขยายผลต่อไปยังจังหวัดอื่นในภูมิภาคนี้

ด้าน นายเอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า สงขลาถือเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในแง่ภาคเกษตร โดยมียางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่ครองพื้นที่เกษตรกรรมส่วนใหญ่ของจังหวัด รองลงมาคือปาล์มน้ำมัน ข้าวนาปี ตลอดจนไม้ผลมูลค่าสูงอย่างทุเรียน ลองกอง มังคุด และเงาะ นอกจากนี้ จังหวัดยังโดดเด่นด้วยสินค้า GI ที่ผ่านการรับรองเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ อาทิ ส้มโอหอมควนลัง ส้มจุกจะนะ มะม่วงเบาสิงห์นคร ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา และไข่ครอบสงขลา ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านตลาดดิจิทัล หากได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม จังหวัดสงขลาพร้อมสนับสนุนโครงการฯ อย่างเต็มที่ และหวังให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นที่นี่กลายเป็นโมเดลที่ชุมชนอื่นในภาคใต้ตอนล่างสามารถนำไปปรับใช้ได้ต่อไป เพราะความสำเร็จของเกษตรกรสงขลาคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของภูมิภาค และนั่นคือเป้าหมายที่เราต้องการเห็นมากที่สุด

โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาทักษะแบบเข้มข้นผ่านกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล การสร้างรายได้ผ่านคอนเทนต์ดิจิทัล การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว โดยผู้ใหญ่บ้านณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ผู้นำชุมชนเกาะจิกระบบพลังงานไฟฟ้าสะอาด และเกษตรกรต้นแบบจากคุณพิสุทธิ์ ฆังคะมะโน กรรมการผู้จัดการฟาร์มไก่ไข่ “9 สิงห์ฟาร์ม” และคุณมนูญ แสงจันทร์ศิริ ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนใต้ร่มบุญเกษตรอินทรีย์ ที่จะร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมกิจกรรม AgriTech Showcase ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้สัมผัสเทคโนโลยีจริง และ Business Matching เพื่อเชื่อมโยงชุมชนกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือเวที Digital Agriculture Pitching Day ที่เปิดพื้นที่ให้ชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอไอเดียเพื่อรับการสนับสนุนจากดีป้า โดยประเภท d-community และประเภท d-startup โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, เกษตรจังหวัด, มูลนิธิเอสซีจี, บริษัท เจียไต๋ จำกัด, สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกันพิจารณา และให้ข้อคิดเห็น
โครงการ OTOD #3 ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด, ธนาคารออมสิน และบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมหน่วยงาน ภูมิภาคถัดไปโครงการจะเดินหน้าสู่ภาคอีสาน จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 ณ สุนีย์ แกรนด์ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ.อุบลราชธานี โดยกลุ่มชุมชน และเกษตรกรที่มีความพร้อมและต้องการยกระดับสู่เกษตรดิจิทัล สามารถศึกษารายละเอียดผ่าน LINE OA: @OTOD3 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: depa Thailand
Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=109663







-