“ผกก.อ๊อด” ภูมิใจไทย สงขลา เขต 9 เบอร์ 3 วัดใจการเมือง “รากฐานคนพื้นที่” ขอเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียง

“ผกก.อ๊อด” ภูมิใจไทย สงขลา เขต 9 เบอร์ 3 วัดใจการเมือง “รากฐานคนพื้นที่” ขอเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียง
บรรยากาศการเมืองในจังหวัดสงขลากำลังร้อนแรงขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง หลายพรรคเร่งเครื่องลงพื้นที่อย่างหนักเพื่อสร้างการจดจำและตอกย้ำตัวตนกับประชาชน หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ เขต 9 จังหวัดสงขลา ซึ่งมีผู้สมัครลงแข่งขันมากถึง 7 พรรคการเมือง ถือเป็นสนามที่ดุเดือดอีกแห่งของภาคใต้
ในสนามนี้ ชื่อของ พ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร หรือ “ผู้กำกับอ๊อด” เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย เขต 9 สงขลา ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวผู้สมัครที่น่าจับตา แม้เจ้าตัวจะยอมรับตรงไปตรงมาว่า “งานหนัก” เพราะคู่แข่งหลายคนลงพื้นที่มาก่อน แต่ยืนยันว่าแม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ทางการเมือง ทว่าไม่ใช่คนหน้าใหม่สำหรับเขต 9 อย่างแน่นอน เพราะเป็นคนพื้นที่โดยกำเนิด เกิด เติบโต ทำงาน และรับราชการอยู่ในพื้นที่นี้มาโดยตลอด
พ.ต.อ.พิทักษ์ เปิดใจว่า เขต 9 มีทั้งหมด 9 ตำบล ซึ่งล้วนเป็นแผ่นดินเกิดของตน รู้จักผู้คนตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นพ่อแม่ จนถึงรุ่นลูกหลาน ชาวบ้านคุ้นเคยเรียกกันว่า “หมวดอ๊อด” หรือ “ผู้กำกับอ๊อด” พร้อมยอมรับว่าการแข่งขันครั้งนี้ไม่ง่าย แต่ก็ยังไม่ถึงกับสุดความสามารถ และยังมีความเป็นไปได้ เพราะแม้คู่แข่งหลายคนจะมีการสร้างหัวคะแนนไว้ก่อนหน้า แต่ตนกลับมองว่าพี่น้องประชาชนทั้งเขต 9 คือหัวคะแนนทั้งหมด
ผู้สมัครภูมิใจไทย เขต 9 สงขลา ยังย้ำความมั่นใจว่า ตนรู้จักชุมชนและประชาชนในพื้นที่ลึกซึ้งถึงระดับบรรพบุรุษ มากกว่าผู้สมัครรายอื่นที่ลงแข่งขันเสียอีก และเชื่อว่าคนบ้านเราจะเลือกคนบ้านเรา เพราะตนเป็นคนพบง่ายใช้คล้องแน่นอน และแม้จะไม่ได้เป็นผู้แทนก็ยังอยู่ในพื้นที่ เพราะรับราชการอยู่ที่นี่มาโดยตลอด ไม่เคยหายไปไหน เมื่อตัดสินใจลงสมัครเป็นผู้แทนก็ไม่ได้ย้ายหนีหรือหายหน้าไปจากชุมชนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ช่วงเริ่มต้นการหาเสียงถือเป็นบททดสอบสำคัญ เนื่องจากพื้นที่เขตกว้าง มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 120,000 คน ขณะที่ระยะเวลาการลงพื้นที่ค่อนข้างกระชั้นชิด เจ้าตัวเปรียบเหมือนการทำงานท่ามกลางวิกฤตของเวลา หากมีเวลามากกว่านี้เชื่อว่าสามารถเดินพบประชาชนได้ครบทุกพื้นที่ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันจึงขอแรงพี่น้องประชาชนช่วยบอกต่อกันปากต่อปากว่า “ผู้กำกับอ๊อด” อยู่ในทุกกิจกรรมของพื้นที่ และจะเห็นหน้าเห็นตากันอยู่ตลอด
พ.ต.อ.พิทักษ์ ยังชี้ให้เห็นว่า หลังเกษียณอายุราชการ ตนทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ไกล่เกลี่ยคดีภาคประชาชน เป็นจิตอาสาให้ชาวบ้านเข้ามาปรึกษาและหาทางออก แม้ไม่ใช่ทนายความ แต่พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ทำมาตลอดไม่ใช่แค่การหาเสียงในช่วงเลือกตั้ง แต่เป็นการทำงานรับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางครั้งมากกว่าการหาเสียงของนักการเมืองบางคนเสียอีก
จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผู้สมัครรายนี้เผยว่า สามารถสัมผัสได้ถึงแววตา สายตา และการตอบสนองของประชาชนในแต่ละชุมชน ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ทำให้เกิดความมั่นใจในพลังของคนเขต 9 บ้านของตนเอง
สำหรับเวลาที่เหลืออยู่อีกกว่า 10 วันก่อนวันเลือกตั้ง พ.ต.อ.พิทักษ์ เปรียบสถานการณ์เหมือนการชกมวยที่เดินทางมาถึงยก 4-5 จากนี้จะเน้นการวางยุทธศาสตร์การปราศรัย การนำเสนอนโยบายที่ชัดเจน และการชูตัวตนของ “ผู้กำกับอ๊อด” ให้ประชาชนเห็นภาพมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
โดยยกตัวอย่าง อำเภอบางกล่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำและประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จำเป็นต้องมีแนวทางจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ขณะที่โซนควนหลัง–ฉลุง–ทุ่งตำเสา ยังประสบปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากระบบประปาภูมิภาคยังเข้าไม่ทั่วถึง ทั้งที่มีแหล่งน้ำสะอาดจากน้ำตกโตนงาช้างและเทือกเขาบรรทัด ไหลลงคลองวาดและคลองอู่ตะเภา แต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งผลักดัน
โค้งสุดท้ายของศึกเลือกตั้งเขต 9 สงขลา จึงไม่ใช่เพียงการวัดกำลังของพรรคการเมืองเท่านั้น แต่เป็นการชั่งน้ำหนักระหว่าง “กระแส” กับ “รากฐานพื้นที่” ว่าความคุ้นเคย ความใกล้ชิด และการไม่เคยหายไปจากชุมชน จะเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงได้มากเพียงใด
สุดท้ายแล้ว คนเขต 9 สงขลา จะเลือก “หน้าใหม่ทางการเมือง” ที่เป็นคนบ้านเดียวกัน หรือจะยึดทางเดิมที่คุ้นเคย คำตอบทั้งหมดกำลังจะถูกเฉลยในวันตัดสิน 8 กุมภาพันธ์ 2569
Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=104774







-