**โบ๊ต “อนุกูล” เปิดแผนจัดการขยะครบวงจร ยกระดับคลองหอยโข่งจากจุดเสี่ยงสิ่งแวดล้อม สู่โมเดลพลังงานชุมชน**
**โบ๊ต “อนุกูล” เปิดแผนจัดการขยะครบวงจร ยกระดับคลองหอยโข่งจากจุดเสี่ยงสิ่งแวดล้อม สู่โมเดลพลังงานชุมชน**
สงขลา – ปัญหาขยะและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ซึ่งสะสมและยืดเยื้อมายาวนาน กำลังถูกผลักดันขึ้นเป็นวาระเชิงนโยบายอย่างจริงจังโดย นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ (โบ๊ต) ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 หมายเลข 3 ที่ชูนโยบายจัดการขยะในมุมใหม่ โดยไม่มองขยะเป็นเพียงภาระของท้องถิ่น แต่เป็นทรัพยากรที่สามารถสร้างพลังงาน รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนได้
โบ๊ตเสนอแนวคิด “เปลี่ยนภาระเป็นพลังงาน” ผ่านการผลักดัน โรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Waste-to-Energy) ซึ่งแตกต่างจากแนวทางเดิมที่มักถูกต่อต้าน โดยเน้นหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
หนึ่ง การให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเทศบาลในพื้นที่มีสถานะเป็นเจ้าของร่วม เพื่อให้รายได้จากการผลิตพลังงานหมุนกลับมาพัฒนาสวัสดิการชุมชน ไม่กระจุกตัวอยู่กับเอกชนรายใหญ่
สอง การกำหนด มาตรฐานเทคโนโลยีสะอาด ลดการปล่อยมลพิษและกลิ่นรบกวน
สาม การสร้าง กลไกตรวจสอบโดยประชาชน
ในประเด็นการตรวจสอบ โบ๊ตเสนอให้มี ระบบติดตามและรายงานมลพิษแบบ Real-time ครอบคลุมคุณภาพอากาศ น้ำ และสิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงงาน เปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อยุติปัญหาความไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นกับโครงการกำจัดขยะในอดีต และยกระดับความโปร่งใสในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม 
สำหรับปัญหา บ่อขยะในอำเภอคลองหอยโข่ง ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โบ๊ตระบุว่า หากได้รับความไว้วางใจเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร จะเสนอเป็น วาระเร่งด่วนระดับชาติ เพื่อผลักดันการแก้ไขอย่างบูรณาการ ทั้งในมิติของกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และงบประมาณ โดยไม่ปล่อยให้ท้องถิ่นต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง
โบ๊ตย้ำว่า การแก้ปัญหาขยะไม่ควรถูกมองเป็นเพียงโครงการก่อสร้าง แต่ต้องเชื่อมโยงกับ สุขภาพประชาชน ความปลอดภัยของทรัพยากรน้ำ ดิน และอากาศ ซึ่งเป็นฐานการดำรงชีวิตของชาวคลองหอยโข่งและพื้นที่ใกล้เคียง
นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมมองว่า แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความพยายามยกระดับการจัดการขยะจากระดับท้องถิ่น สู่การกำหนดนโยบายเชิงโครงสร้าง ที่ผสานพลังงานสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน และการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้าด้วยกัน หากสามารถผลักดันได้จริง จะเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นที่ประสบปัญหาขยะเรื้อรังนำไปปรับใช้ได้ในอนาคต

Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=104942







-