“ผู้กำกับอ๊อด” เปิดยุทธศาสตร์ยกสงขลาขึ้นศูนย์อำนาจภาคใต้ รื้อระบบแก้น้ำท่วมทั้งลุ่มน้ำ ดันเมกะโปรเจ็กต์ราง–ถนน–โลจิสติกส์ ชูนโยบายสังคม–ความมั่นคง สร้างงาน สร้างรัฐสวัสดิการฐานราก
“ผู้กำกับอ๊อด” เปิดยุทธศาสตร์ยกสงขลาขึ้นศูนย์อำนาจภาคใต้ รื้อระบบแก้น้ำท่วมทั้งลุ่มน้ำ ดันเมกะโปรเจ็กต์ราง–ถนน–โลจิสติกส์ ชูนโยบายสังคม–ความมั่นคง สร้างงาน สร้างรัฐสวัสดิการฐานราก
สงขลา – สนามการเมืองเขต 9 สงขลาเริ่มร้อนแรง เมื่อ “ผู้กับอ๊อด” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 9 หมายเลข 3 พรรคภูมิใจไทย ประกาศวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง ผลักดันจังหวัดสงขลาสู่การเป็น “ศูนย์กลางอำนาจเศรษฐกิจและการคมนาคมของภาคใต้” พร้อมเปิดชุดนโยบายแก้ปัญหาเรื้อรังที่ฝังรากลึกมายาวนาน ตั้งแต่น้ำท่วม โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงสวัสดิการประชาชนและความมั่นคงของประเทศ
ผู้กำกับอ๊อด ระบุว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่คือความล้มเหลวเชิงระบบที่ต้องแก้ไขใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การจัดการน้ำต้นทาง การสร้างพื้นที่หน่วงน้ำรอบเมือง การควบคุมทิศทางน้ำไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ ไปจนถึงการขุดลอกทะเลสาบสงขลาให้มีความลึกอย่างน้อย 3 เมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำสู่ทะเล หากยังปล่อยให้แก้แบบสะเปะสะปะ เมืองหาดใหญ่จะยังสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งแล้วครั้งเล่า
ในมิติการพัฒนาเมือง ผู้กับอ๊อด ชูการยกระดับระบบคมนาคมขนส่งมวลชนเป็นหัวใจสำคัญของ “เมืองหลวงภาคใต้” ด้วยการผลักดันโครงการโมโนเรลและรถไฟฟ้าในเขตเมืองหาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้เข้ารับโครงการแล้ว พร้อมเดินหน้าโครงการมอเตอร์เวย์และการขยายถนนกาญจนวณิชย์ เพื่อรองรับโลจิสติกส์ การค้าชายแดน และการท่องเที่ยว เชื่อมเศรษฐกิจไทย–มาเลเซียสู่ประตูอาเซียนตอนใต้
ขณะเดียวกัน ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต ผู้กำกับอ๊อด เสนอนโยบาย “พยาบาลอาสา” ลงพื้นที่ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางแบบเชิงรุก สร้างงานให้คนในชุมชน ลดภาระครอบครัว พร้อมผลักดันศูนย์พักพิงผู้สูงอายุในทุกพื้นที่ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างเป็นระบบ
ส่วนด้านความมั่นคง เสนอจัดตั้ง “ทหารอาสา” จำนวน 100,000 อัตรา ค่าตอบแทน 12,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้างขั้นต่ำ 4 ปี มุ่งสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมกำลังความมั่นคงควบคู่การพัฒนาสังคม
ผู้กำกับอ๊อด ย้ำว่า ตนเองเติบโตจากพื้นที่ควนลัง–ทุ่งตำเสา รับรู้ปัญหาของประชาชนจากประสบการณ์ตรง พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนเชื่อมเสียงชาวบ้านเข้าสู่การตัดสินใจระดับประเทศ ภายใต้จุดยืนพรรคภูมิใจไทยที่ยึดหลัก “พูดแล้วทำ” และเชื่อมั่นว่าหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ประเทศไทยจะเดินหน้า และสงขลาจะได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง ไม่ถูกปล่อยให้ถูกลืมอีกต่อไป











Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=105188







-