|

สบน. ชู สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา – เชื่อมเกาะลันตา นำพาความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต เคียงคู่สิ่งแวดล้อม

สบน. ชู สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเชื่อมเกาะลันตา นำพาความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต เคียงคู่สิ่งแวดล้อม

สบน. นำทีมธนาคารโลก พร้อมด้วยกรมทางหลวงชนบท กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมประมง พร้อมด้วยสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น ลงพื้นที่โครงการ ก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานข้ามเกาะลันตา มั่นใจเริ่มก่อสร้างได้ภายในปีนี้พร้อมยกให้สะพานทั้งสองแห่งเป็นเส้นทางในการพัฒนาความยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตไปพร้อมๆ กับการปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม

         (วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569) นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พร้อมด้วย คุณเมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา นาย พิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นางฐิติพร หลาวประเสริญ อธิบดีกรมประมง และนายสุรศักดิ์ ทองสุกดี ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมความพร้อมในการ ก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา         

           โดยนางจินดารัตน์ กล่าวว่า หลังจากที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ลงนามสัญญาเงินกู้ และข้อตกลงรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่า กับธนาคารโลกไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมากระทรวงการคลังอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สัญญาเงินกู้มีผลบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ เพื่อให้กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบท สามารถลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการ และสามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายในปีนี้

         ทั้งนี้ จากการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทั้งสองโครงการ พบว่า โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ตั้งอยู่บนพื้นที่อนุรักษ์และมีสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่โลมาอิรวดี ส่วนโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางด้านสิ่งแวดล้อมและเป็นพื้นที่เขตอนุรักษ์ ดังนั้น สบน. จึงได้ร่วมมือกับกรมทางหลวงชนบท และธนาคารโลก จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ของทั้งสองโครงการ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ต่างให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และได้ร่วมเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการออกแบบ มิให้กระทบต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติ และไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน        

         นอกจากนี้ สบน. ยังได้เชิญให้ธนาคารโลกเข้ามาสนับสนุนเรื่องแผนบูรณาการจัดการลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมและสังคมที่จะเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐาน Environmental and Social Standards (ESS) ของธนาคารโลก เพื่อให้สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา เป็นสะพานที่นำพาความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของคนในพื้นที่ ไปพร้อมๆ กับการปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม

แผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีฯ

ธนาคารโลกได้ให้ความสำคัญต่อแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีอย่างจริงจัง โดยนอกเหนือจากจะต้องมีมาตรการคุ้มครองอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องโลมาอิรวดีจากภัยคุกคามต่างๆ แล้ว ยังมีแผนการอนุรักษ์และฟื้นฟู สำหรับประชาการโลมาที่ปัจจุบันเหลือเพียง14-20 ตัว เช่น การปรับปรุงสภาพแวดล้อมและแหล่งอาหารของโลมาอย่างต่อเนื่องและการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลา

           นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อบังคับใช้มาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมระดับสูงสุดในระหว่างการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา รวมทั้ง ระบบเฝ้าระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของโลมาอิรวดีในรัศมีรอบพื้นที่ก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง การควบคุมมลพิษทางน้ำระบบดักตะกอนเพื่อไม่ให้ดินหรือเศษวัสดุจากการก่อสร้างฟุ้งกระจายจนทำให้น้ำขุ่น ซึ่งจะกระทบต่อแหล่งอาหารและทัศนวิสัยในการล่าเหยื่อของโลมา รวมทั้งมีมาตรการควบคุมและจัดเก็บบริเวณเติมน้ำมันหรือสารหล่อลื่นของเครื่องจักรอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ

Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=110873

แสดงความคิดเห็น

Share It

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวมาใหม่

Find Us