หาดทิพย์ผนึกพลัง “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้” ยกระดับโครงการนำร่อง สู่ระบบจัดหาเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ยั่งยืนและพร้อมรับมือตลาดผันผวน

หาดทิพย์ผนึกพลัง “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้” ยกระดับโครงการนำร่อง สู่ระบบจัดหาเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ยั่งยืนและพร้อมรับมือตลาดผันผวน
กรุงเทพฯ 17 กันยายน 2569 – บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ประกาศยกระดับโครงการ “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท อ๊อกซิเทค จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการรวบรวมวัสดุใช้แล้วเพื่อการรีไซเคิลในพื้นที่ภาคใต้ และ บริษัท รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล จำกัด ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลหรือ rPET เพื่อพัฒนาความร่วมมือจากโครงการนำร่องสู่กระบวนการจัดหาเม็ดพลาสติกรีไซเคิล(rPET) สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ของบริษัทฯ อย่างเต็มรูปแบบ โดยกระบวนการจัดหาที่ปรับใหม่นี้จะช่วยตอบโจทย์ทั้งเป้าหมายความยั่งยืนและรับมือความผันผวนในตลาดเม็ดพลาสติก PET อันเป็นผลมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมกันนี้โครงการยังมุ่งขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่ระดับชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อการจัดเก็บ บรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว หรือ Extended Producer Responsibility (EPR) ของประเทศไทยในอนาคตอีกด้วย
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือHTC ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย เครื่องดื่มในเครือ “โคคา–โคล่า” ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้จัดพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือกับบริษัท อ๊อกซิเทค จำกัด และ บริษัท รอยซ์ยูนิเวอร์แซล จำกัด เพื่อยกระดับโครงการ “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้” ซึ่งเป็นโครงการ นำร่องที่ริเริ่มขึ้นในปี 2568 สู่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบเต็มรูปแบบในปีนี้ ทั้งนี้ ตามกรอบการทำงานเดิม ซึ่งเป็นการนำ“ระบบโลจิสติกส์ย้อนกลับ” มาใช้ขับเคลื่อนการรีไซเคิลขวด PET แบบจากขวดสู่ขวด (bottle-to-bottle recycling) อ๊อกซิเทคทำหน้าที่รับซื้อขวดพลาสติก PET จากผู้เก็บและผู้รับซื้อในภาคใต้ นำมาคัดแยกล้างทำความสะอาดและบดเป็นเกล็ด (flake) ตามคำสั่งซื้อและข้อกำหนดจากหาดทิพย์ จากนั้น หาดทิพย์จะขนส่งเกล็ดพลาสติก PET ใช้แล้วเหล่านี้ไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติก rPET ที่โรงงานของ รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล ในจังหวัดนครปฐม และเมื่อได้เม็ดพลาสติก rPETแล้ว หาดทิพย์จะนำกลับมาผลิตเป็นขวดเครื่องดื่มใหม่ ณ โรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งหลังจากดำเนินโครงการสิ้นสุดในช่วงไตรมาส 2 ของปี2569 ที่ผ่านมา โครงการสามารถนำขวดพลาสติก PET ใช้แล้วจากภาคใต้กลับมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติก rPETได้ประมาณ 100 ตัน ตามเป้าหมายที่วางไว้
ภายใต้กรอบความร่วมมือใหม่ในปีนี้ มีการปรับกระบวนการทำงานจากเดิมที่มีระยะเวลาและเป้าหมายจำกัดสู่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบเต็มรูปแบบ กล่าวคือ เมื่อหาดทิพย์ต้องการเม็ดพลาสติก rPET สามารถส่งคำสั่งซื้อไปยังรอยซ์ ยูนิเวอร์แซลได้เพียงจุดเดียว โดยรอยซ์ ยูนิเวอร์แซล จะเป็นผู้ประสานงานตรงกับอ๊อกซิเทคเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบในการผลิตซึ่งอาจเป็นขวด PET ที่ผ่านการแปรรูปเป็นเกล็ด หรือถูกบีบอัดเป็นก้อน (Bale) แล้วก็ได้ จากนั้น อ๊อกซิเทคจะดำเนินการขนส่งไปยังรอยซ์ ยูนิเวอร์แซลเอง และเมื่อรอยซ์ ยูนิเวอร์แซล ได้แปรรูปเกล็ดหรือขวด PET ที่ได้รับเป็นเม็ดพลาสติก rPET เรียบร้อยแล้ว หาดทิพย์จะไปรับและขนส่งกลับไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่โรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฏร์ธานีเช่นเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยลดขั้นตอนทางธุรกิจลง และทำให้สามารถผลิตเม็ดพลาสติก rPET ในการสั่งซื้อแต่ละครั้งได้มากกว่าการดำเนินการในช่วงโครงการนำร่อง โดยในระหว่างการหารือเพื่อพัฒนาความร่วมมือนี้ หาดทิพย์ได้มีการสั่งซื้อเม็ดพลาสติก rPET จากรอยซ์ ยูนิเวอร์แซลเข้ามาแล้วถึง 1,000 ตัน
พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)ได้กล่าวถึงที่มาของการยกระดับความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาตลาด PET เผชิญความผันผวนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติก PET ที่ผลิตขึ้นใหม่หรือ virgin PET ปรับตัวสูงขึ้นมากและสร้างความกังวลว่าอาจจัดหาวัตถุดิบได้ไม่ต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เราเห็นความสำคัญของการมีทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบที่หลากหลายและเชื่อถือได้ โดย rPET เป็นอีกทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถรองรับความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้น
โดยในช่วงเวลานั้น rPET มีราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับ virgin PET และยังตอบโจทย์เป้าหมายด้านความยั่งยืนของหาดทิพย์ด้วย ฉะนั้น เราจึงได้เริ่มหารือกับพันธมิตรเพื่อมองหาแนวทางเพิ่มการใช้ rPET และพัฒนากระบวนการทำงานให้สามารถรองรับการจัดหาในปริมาณที่มากขึ้น แต่นอกจากปรับกระบวนการทำงานแล้วจากนี้ไป หาดทิพย์จะร่วมมือกับอ๊อกซิเทคเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายผู้เก็บรวบรวมวัสดุรีไซเคิลในภาคใต้ที่อ๊อกซิเทคทำงานด้วย ผ่านโครงการด้านความยั่งยืนของเรา เพราะเราตระหนักดีว่าชุมชนเหล่านี้มีบทบาทหลักที่สำคัญที่ในการนำบรรจุภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหลังการบริโภค”
ดร.เศกสันต์ อุดมศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อ๊อกซิเทค จำกัด กล่าวเสริมถึงความร่วมมือว่า“อ๊อกซิเทคยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ความร่วมมือนี้ได้ถูกยกระดับเป็นกระบวนการจัดหาวัตถุดิบเต็มรูปแบบของหาดทิพย์ ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสที่ขวดPET จะถูกจัดเก็บเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลมากขึ้น และลดความเสี่ยงของการตกค้างเป็นขยะในสิ่งแวดล้อมตามไปด้วย เราเองมีความเชี่ยวชาญและได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้เก็บรวบรวมวัสดุรีไซเคิลในภาคใต้มาอย่างยาวนาน การที่หาดทิพย์จะเข้ามาช่วยเสริมความเข้มแข็งของเราในส่วนนี้ ไม่ได้หมายถึงโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้นเท่านั้น แต่เป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ที่เข้มแข็งในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญของการปฏิบัติตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว หรือ Extended Producer Responsibility อย่างที่หลายประเทศเริ่มนำมาใช้แล้ว และทางรัฐบาลไทยก็กำลังพิจารณาร่างกฎหมายเรื่องนี้อยู่เช่นกัน”
นายธัชวัช เตชะมงคลจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล จำกัด กล่าวว่า
“รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับหาดทิพย์และอ๊อกซิเทคในโครงการนี้ในฐานะผู้ผลิตเม็ดพลาสติก rPET ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการรีไซเคิลวัสดุหลากชนิดมาอย่างยาวนาน เราดีใจที่ได้เห็นความร่วมมือนี้พัฒนาจากการเป็นเพียงโครงการนำร่องที่มีเป้าหมายหลักร้อยตัน มาเป็นกระบวนการทางธุรกิจเต็มรูปแบบที่จะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่ากระบวนการ bottle-to-bottle recycling นั้นเกิดขึ้นได้จริง หากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนไม่ได้มองอีกฝ่ายว่าเป็นเพียงลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ แต่ประสานความร่วมมือทำงานเป็นเครือข่ายพันธมิตรที่มีเป้าหมายร่วมกัน รวมถึงพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานในปัจจุบันเพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ดีกว่า ไม่ใช่เพียงแต่เฉพาะกับธุรกิจของเราเท่านั้น แต่กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย”
อนึ่ง ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือ “โคคา–โคล่า” หาดทิพย์ได้ปรับเป้าหมายการดำเนินการให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านบรรจุภัณฑ์ของ เดอะโคคา–โคล่า คัมปะนี โดยมุ่งทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อใช้วัสดุรีไซเคิล 35-40% ในบรรจุภัณฑ์หลัก (พลาสติก แก้ว และอะลูมิเนียม) และสนับสนุนการช่วยเก็บรวบรวมขวดและกระป๋องให้ได้ 70–75% ของปริมาณที่นำออกสู่ตลาดภายในปี 2578 ซึ่งความร่วมมือตามโครงการ “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้” ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายนี้ โดยจะทำให้บริษัทฯ สามารถดำเนินการตามเป้าหมายได้ทั้งสองส่วนภายใต้กรอบความร่วมมือเดียว อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นกลไกการจัดหาวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลาสติกPET และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในโลกยุคปัจจุบันอีกด้วย
ติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารล่าสุดของหาดทิพย์ ได้ที่www.haadthip.com/th/home และเฟซบุ๊ก “หาดทิพย์เจอนี่ – HaadThip Journey”
Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=111725






-