|

ม.หาดใหญ่จัดใหญ่ “เดิน-วิ่งเพื่อสันติสุขชายแดนใต้” ครั้งที่ 12 ชิงถ้วยพระราชทานฯ ระดมพลังนักวิ่งกว่า 2,000 คน

ม.หาดใหญ่จัดใหญ่ “เดิน-วิ่งเพื่อสันติสุขชายแดนใต้” ครั้งที่ 12 ชิงถ้วยพระราชทานฯ ระดมพลังนักวิ่งกว่า 2,000 คน

          วันที่ 20 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ร่วมกับศูนยอำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) สำนักงาน กองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ(สสส.) และบริษัท หาดทิพยจำกัด (มหาชน) จัดโครงการเดินวิ่ง .หาดใหญ่ เพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ และรณรงค์การไม่สูบบุหรี่ ครั้งที่ 12” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บริเวณลานหน้าอาคารยูพลาซ่า โดยกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และมุ่งส่งเสริมการออกกำลังกายและสุขภาพที่ดี ควบคู่การขับเคลื่อนวัฒนธรรมสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านการรวมพลังของนักศึกษา ศิษย์เก่า คณาจารย์ บุคลากรนักวิ่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิดสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและเกื้อกูลโครงการยังมีเป้าหมายสำคัญในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนเสริมสร้างความสามัคคีและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และชุมชนในพื้นที่ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดกิจกรรมจะนำไปสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในจังหวัดชายแดนใต้        

         การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ มินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตรและฟันรัน ระยะทาง 4 กิโลเมตร สำหรับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มอบแก่ผู้ชนะเลิศOverall ประเภทมินิมาราธอนชาย ได้แก่ นายฮากีม เปาะมะ และประเภทมินิมาราธอนหญิง ได้แก่ นางสาว โสรยา สะอีต โดยในปีนี้มีนักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวนกว่า2,000 คน

          สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 โดยที่ผ่านมาได้จัดมาแล้ว11 ครั้ง และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายต่าง ในการร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นอีกหนึ่งกลไกในการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนจากหลากหลายกลุ่มได้มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ พร้อมแสดงพลังแห่งความสามัคคี ผ่านกิจกรรมกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม

Short URL: http://www.samilatimes.co.th/?p=111782

แสดงความคิดเห็น

Share It

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวมาใหม่

Find Us